ความฝันใหญ่ในครัวเล็ก ๆ ในบ้านของแม่

Last updated: 2022-02-15  | 

ชวนมาทำความรู้จักกับ "แม่เปิ้ล" Apple Saephoo ที่เปลี่ยนห้องครัวหลังบ้านให้กลายเป็น ร้านอาหารออนไลน์ (ในหมู่บ้าน) ที่ใครหลายคน (ในหมู่บ้าน) ติดใจ
ใครจะไปรู้ว่าภายในหมู่บ้าน ฮาบิเทีย บอนด์ ราชพฤกษ์ ได้ซ่อนครัวทำอาหารขนาดเล็ก ที่สร้างสรรค์เมนูภายใต้ความคิดที่ว่า #ทำอาหารให้เหมือนกับทำให้คนในบ้านทาน ซึ่งก่อนที่เราจะทำการสัมภาษณ์นั้น แม่เปิ้ลก็ได้ออกปากมาก่อนเลยว่า “เราไม่ใช่เชฟมืออาชีพ ไม่ใช่กุ๊ก หรือนักโภชนาการนะ เราเป็นแค่แม่บ้านคนนึงที่เข้าครัวทำอาหารด้วยหัวใจเท่านั้นเอง”

…จะว่าไปแล้ว ความสุขของการทานอาหารอาจไม่ใช่อาหารหายาก มีความวิเศษ เลิศหรู ราคาแพง หากแต่เป็นอาหารที่คนทำใส่หัวใจลงไปทุกขั้นตอน และเราได้กินอาหารมื้อนั้นกับคนที่เรารัก…คิดเหมือนกันมั้ยคะ ????


แม่เปิ้ล มีจุดเริ่มต้นของการทำอาหารมาจากการที่ลูกชาย “น้องแผ่นดิน” เป็นเด็กที่แพ้ทุกอย่างมาตั้งแต่เกิด แพ้จนแม่ท้อ และหาหมอมานับไม่ถ้วน… ทำให้แม่ต้องใส่ใจเรื่องของอาหารให้กับลูกมากขึ้น ตั้งแต่นั้นมา ก็เริ่มหาเมนูอาหารที่ดี ที่มีประโยชน์แล้วลงมือทำให้ลูกได้ทาน และเมื่อทำบ่อยเข้าก็เริ่มโชว์เมนูอาหารลงบนโลกโซเชียล กลายเป็นว่าเมนูอาหารที่ทำ “เตะตาต้องใจใครหลายคน” จนเกิดเป็นครัวเล็กๆ ในบ้านหลังน้อย ที่คนในหมู่บ้านรัก

 

“เราฝันอยากมีร้านอาหารมานานแล้วตั้งแต่เริ่มเรียนจบใหม่ๆ แต่เราไม่มีเงินเปิดร้านก็เลยไม่ได้สานฝันตรงนั้น จนวันที่เรามีครอบครัว มีลูก เราแค่อยากให้ลูกได้ทานอาหารดีๆ อาหารที่มีประโยชน์จากฝีมือเรา…”
....
“จุดเริ่มต้นของครัวในบ้าน”
เริ่มจากลูกชายเลยค่ะ ลูกชายเราเขาเป็นเด็กแพ้ง่าย (ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้เลยค่ะ) เขาแพ้หลายอย่างมาก แพ้อากาศ แพ้ฝุ่น โลชั่น น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่อาบน้ำ คือแพ้ทุกอย่างจริงๆค่ะ แล้วก็แพ้เยอะด้วย (เศร้า) หมดเงินกับการหาหมอเยอะมาก… จนวันนึงเราไปได้ยินคำพูดที่ว่า “กินอาหารให้เป็นยา” มันทำให้เราฉุกคิดว่า เออ…ก็จริงนะ อาหารสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเองให้ลูกได้ไม่มากก็น้อย (ดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลย)… บวกกับเราเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้ว ก็เลยเริ่มศึกษาเรื่องของอาหารมากขึ้น ทั้งวัตถุดินที่เป็นประโยชน์กับเด็ก ขั้นตอนการทำต่างๆ ไปจนถึง การเลือกวัตถุดิบที่ดีสะอาด ปลอดภัย เลือกยังไง… จนตอนนี้น้องแผ่นดินไม่แพ้อะไรแล้วค่ะ ภูมิคุ้มกันดีมาก ออกไปทางแข็งแรงกว่าปกติด้วยซ้ำ 555

"จากวันนั้น จนวันนี้…”
…พอเราเริ่มทำอาหารให้ลูกเราทาน เราก็มีความรู้สึกภูมิใจในอาหารที่ทำ ก็มีถ่ายรูปลงเฟส ซึ่งปกติก็ชอบถ่ายรูปอัพตสตอรี่ของตัวเองอยู่แล้ว ลงเฟสเอย ไอจีเอย แรกๆหน้าตาอาหารก็ธรรมดา แต่พอได้ลองทำบ่อยๆเราก็เริ่มรู้สึกอยากออกแบบหน้าตาอาหารให้มันดูไม่น่าเบื่อ ให้หน้าตาดูน่าทานมากขึ้น.… ทุกครั้งที่เราทำอาหาร เราเลยพยามจัดจานสวยๆ หามุมสวยๆ หาแสงสวยๆ ซึ้งไม่รู้ว่าวิธีมันถูกหรือผิด รู้แค่เราชอบ แล้วก็ถ่ายลงเฟสบุ๊คส่วนตัวเก็บไว้ จนเริ่มมีคนเข้ามาชื่นชม บางคนก็คอมเมนต์บอกว่าอยากทานอาหารของเรา บ่อยๆเข้าเราก็อดใจไม่ไหว เริ่มมีทำให้เพื่อนบ้านชิม จนเพื่อนบ้านเชียร์ให้ทำขาย แล้ววันนั้นเขาก็สั่งอาหารเรา 5 กล่อง… จะว่าไป 5 กล่องแรกที่เพื่อนบ้านสั่งในวันนั้น คือใบเบิกทางให้เราเริ่มทำอาหารขายจริงจังมาจนถึงวันนี้ค่ะ

“สิ่งสำคัญของการทำอาหารของคุณเปิ้ล”
อาหารสำหรับเรามันคือพลังงานชีวิต ยารักษาโรค วิทยาศาสตร์ และศิลปะ เราเลยใส่ใจในทุกด้าน ไม่ว่าเป็นความสะอาด ประโยชน์ รสชาติและความสวยงาม… แต่ถ้าถามว่าเราใส่ใจอะไรมากที่สุด คงเป็นเรื่องของหน้าตาของอาหารที่เราทำ เราคิดว่าการที่ใครสักคนอยากชิมอาหารของเรา อยากรู้ว่ามันอร่อยมั้ย คำถามพวกนี้มันมักจะเกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้เห็นหน้าตาของอาหารค่ะ…

…อาหารแต่ละจานของเรา เราลงดีเทลเยอะมาก ทั้งวัตถุดิบต้องดี มีคุณภาพ ส่วนขั้นตอนการประกอบอาหาร เราก็ทดลองเยอะมากเหมือนกัน ทั้งเทคนิคที่ทำตามเค้า หรือเทคนิคที่ค้นพบด้วยตัวเอง คือเราอยากให้อาหารของเรามันอร่อยไม่เหมือนใคร เลยพยายามปรับนั่น เปลี่ยนนี่ จนเราพอใจ… แล้วพวกภาชนะ หีบห่ออาหาร และการจัดวาง เราก็คิดว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันจะช่วยเสริมให้รสชาติอาหารของเราดูพิเศษขึ้นไปอีกค่ะ

…ก่อนอื่นเลยเราอยากบอกว่าเราไม่ใช่เชฟมืออาชีพ ไม่ใช่กุ๊ก หรือนักโภชนาการนะคะ เราเป็นแค่แม่บ้านคนนึงที่เข้าครัวทำอาหารด้วยหัวใจเท่านั้นค่ะ

“การทำอาหารที่ใส่ใจความรู้สึกของคนทาน”
การขายอาหารออนไลน์ มันเป็นเรื่องยากมากที่อธิบายความรู้สึกทั้งหมดผ่านรูปเพียงรูปเดียว เราจะบอกกับลูกค้ายังไงให้เขารู้สึกถึงความใส่ใจของเรา… เราจะทำให้เขารับรู้ถึงความอบอุ่นของอาหารทุกจานที่เราทำได้ยังไง… เราจะทำยังไงให้เขารู้สึกได้ว่าอาหารที่เราทำให้เขาทาน เราทำด้วยความรู้สึกเดียวกับที่ทำให้ลูกและคนในครอบครัวทานเลยค่ะ
....
“ระหว่างการทำอาหารกับการเลี้ยงลูก มีตรงไหนบ้างที่คิดว่าเหมือนกัน”
ทุกเรื่องเลยค่ะ ความรัก ความใส่ใจ ความอบอุ่น คงไม่ต้องลงดีเทลแล้วนะ คิดว่ามันชัดเจนมากเลย อาหารกับลูกคือเรื่องเดียวกัน มันคือพลังงานชีวิต มันคือความสุข

“ความรักในการทำอาหาร เริ่มต้นจากคุณแม่”
หากถามว่าความรักในการเริ่มทำอาหาร มันเริ่มต้นจากตรงไหน เราคงตอบเสียงดังฟังชัดไปเลยว่า “เริ่มต้นจากคุณแม่ของเรา…” คือในครอบครัวของเรา เราน่าจะเป็นคนเดียวที่อยู่ในครัวทำอาหารกับแม่มากที่สุด เราสัมผัสได้ว่าเวลาแม่ทำอาหาร นอกจากการที่จะทำเพื่อให้ทุกคนได้อิ่มท้องแล้ว อาหารแต่ละจานของแม่มันเต็มไปด้วยความรัก ความใส่ใจ แม่รู้ว่า รสชาตินี้คนนี้ชอบ เมนูนี้คนนี้ชอบ แม่ทำอาหารเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้กินอย่างมีความสุขจริงๆ (และมันก็อร่อยมากด้วย) วันนี้แม่ไม่อยู่แล้วแต่เราก็ไม่เคยลืมรสมือแม่เลย บ่อยครั้งที่คิดถึงอาหารของแม่ ไปกินที่ไหนก็ไม่เหมือนที่แม่ทำ มันทำให้เรารู้เลยว่าอาหารมันจะอยู่กับเราไปจนวันตาย ความรักที่แม่มีต่อเราและความคิดถึงที่เรามีต่อแม่ก็เหมือนกัน …

…เราอยากให้ message นี้ถูกส่งต่อไปยังลูกชายของเรา อยากให้เขารู้ว่าถ้าวันหนึ่งที่เขาต้องไปอยู่ไหนไกลๆ หรือวันที่เราจากเขาไปแล้ว อยากให้เขาเข้าใจว่าเราไม่ได้หายไปไหนนะ เราจะยังอยู่กับเขาเสมอ ติดตามไปทุกที่ผ่านอาหารทุกจานผ่านข้าวทุกคำที่เขากิน… ถ้าวันไหนลูกรู้สึกท้อ อยากให้ลูกรู้ว่า แม่รักลูกมากๆ และแม่ก็อยากให้ลูก “รักตัวเองให้มากๆ” เหนื่อยแค่ไหนก็อย่าลืมกินข้าวนะ เพราะอาหารจะช่วยซ่อมแซมร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ แต่ถ้าวันนึงรู้สึกว่าตัวเองอ้วน ก็อย่าลดความอ้วนด้วยการอดอาหารนะครับ (ร้องไห้)

“วางเป้าหมายในอนาคตของครัวในบ้านไว้ยังไง”
ตอนนี้อยากตั้งใจเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดก่อนค่ะ ส่วนการทำอาหารขายเป็นเรื่องรองลงมา… เราเป็นคนชอบทำอาหาร ยังไงก็ทำให้ลูกให้สามีทานทุกวันอยู่แล้ว แต่ในอนาคตถ้าลูกเข้าโรงเรียนแล้วเรายังไหวมีเวลาว่างมากขึ้น ก็อยากสานฝันตัวเองให้ต่อนะ 555 ส่วนรูปแบบนั้น เราอยากมีร้านอาหารเล็กๆ บรรยากาศอบอุ่น อารมณ์เหมือนร้านอาหารตามสั่งแบบโบราณๆ มีกลิ่นอายญี่ปุ่นปนอยู่ด้วย

“คิดว่าเราจำเป็นต้องบาลานซ์ระหว่างใช้ชีวิตส่วนตัวและการเลี้ยงลูกมั้ย หรือเราสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เราอยากเป็นไปพร้อมกับการเลี้ยงลูกได้”
ชีวิตส่วนตัว = ลูก

สำหรับเราไม่มีอะไรเปลี่ยนเลยนอกจากอ้วนขึ้น แต่งตัวน้อยลง (ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายินดี) แค่มีลูกเพิ่มมาในทุกกิจกรรมที่เราทำ กิน เที่ยว นอนเล่น ทุกอย่างก่อนมีลูกเคยทำอะไรก็ทำเหมือนเดิม แอบคิดว่ามีกิจกรรมให้ทำเยอะกว่าเดิมอีกนะ … ตั้งแต่มีลูกเรารู้สึกว่าชีวิตของเรามีค่ามากขึ้น เป้าหมายในชีวิตก็ชัดเจนขึ้น ถ้าต้องบาลานซ์จริงๆ เรากลับคิดถึงตัวเองในอนาคตมากกว่า ว่าจะบาลานซ์ตัวเองยังไง ให้ไม่เป็นส่วนเกินของลูก ให้ไม่ไปล้ำเส้นส่วนตัวของลูก อันนั้นมากกว่าที่เราคิดหนัก 555 

“เมนูอาหารของแม่ ที่ออกแบบมาเพื่อน้องแผ่นดิน”
น้องแผ่นดินเป็นเด็กที่ชอบมะเขือเทศมากและไม่ชอบทานข้าวเลย (ถ้าเห็นเป็นข้าวเขาจะปิดใจเลยไม่แม้แต่จะชิมด้วยซ้ำ) และก็ชอบทานสปาเกตตี้ซอสมะเขือเทศมาก แต่น้องแผ่นดินไม่ชอบทานอะไรเดิมๆซ้ำๆ การเปลี่ยนหน้าตาอาหารเลยง่ายเลยสำหรับเรา (ทำบ่อย )
ถ้าให้ออกแบบอาหารสำหรับน้องแผ่นดิน จะทำพายซอสมะเขือเทศ ที่หน้าตาคล้ายกับลาซานญ่า โรยหน้าด้วยชีส…
ฉะนั้นมันจะมีสามองค์ประกอบก็คือแป้งพายแล้วก็ซอสมะเขือเทศตรงกลางแล้วก็ท็อปด้วยชีส เมนูนี้ครบ 5 หมู่เลยค่ะ
…คาร์โบไฮเดรต จากแป้งพายมีโปรตีนจากไข่กับไข่มันจากเนยอยู่ในแป้งด้วย
…ไส้ ที่ประกอบไปด้วย หมูสับ หัวหอมใหญ่ เนื้อมะเขือเทศ แครทขูด ใส่ผักขมแทนโอริกาโน่…เพราะที่บ้านไม่มี
ปรุงรสด้วยเกลือนิดหน่อยเพราะเกลือจะช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบทั้งหมดออกมา
…จบด้วยชีส โรยหน้าเลยจ้า เหมือนลาซานย่าเลยแต่ใช้แป้งพายแทน แล้วก็ล้างปากด้วยผลไม้อะไรก็ได้ เพราะน้องแผ่นดินกินผักผลไม้ได้ทุกอย่างเลย… เป็น 3 องค์ประกอบที่เราจะตั้งใจทำทุกขั้นตอนเลย (เมนูนี้ยังไม่เคยทำนะคะ คิดได้เมื่อกี๊เลย ไว้มีโอกาสจะลองทำมาอวดนะ)