MOMSTER : METINEE

Last updated: 2019-06-23  | 

Momster ?

Momster ?

Momster ?

…สำหรับเกดนะคะ ความหมายของ Momster จะต้องเป็น “คุณแม่ยุคใหม่” ไม่เหมือนกับคุณแม่ ในยุคคุณแม่ของเกด เพราะว่าในยุคนั้น เขาจะเลี้ยงเราเหมือนกับว่า ไม่ค่อยให้เหตุผล “เกดต้องกินข้าวให้หมด” แต่ไม่บอกว่าเพราะอะไร? หรือเกด “ห้ามทำแบบนี้ แบบนี้นะ แบบนี้นะ” แต่ไม่บอก ไม่อธิบายว่าเพราะอะไร แค่บอกว่า “แม่บอกว่าอย่าทำ เราก็ไม่ทำ” แต่สำหรับคุณแม่ยุคนี้เนี้ย จะต้องเป็นคุณแม่ที่มีเหตุผล เป็นคุณแม่ที่ทันสมัย ทันเทคโนโลยี สรุปคือ เลี้ยงลูกด้วยเหตุผลให้มากที่สุด




ลูกเกดเป็นคุณแม่แบบไหน
เกดเป็นคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยเหตุผลนะคะ อยากให้ลูกโตขึ้นมาเป็นตัวของตัวเอง มีความคิดของตัวเอง “รักโลก รักมนุษย์ รักตัวเอง” พยายามสอนลูกให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาอยากจะเป็น สำหรับเกดมันไม่จำเป็นหรอกว่าลูกจะต้องเป็นหมอ เขาต้องเป็นทนาย เขาต้องร่ำรวย “โอเค มีตังก็ดี” มันดีอยู่แล้วแหละ แต่ว่าชีวิตทั้งชีวิต มันมีอะไรที่มากกว่านั้น มันต้อง Enjoy life ต้องทำในสิ่งที่เราทำแล้วเรามีความสุข Because have only one life ยูมีชีวิตเดียว เพราะฉะนั้นอย่ามามัวแต่ Get Lost กับ Everyday Life กับ Routines มันต้อง Enjoy life ได้ด้วย นี้คือสิ่งเกดสอนลูกเกด




ความแตกต่างของ ‘สไตล์’ การเลี้ยงลูกของลูกเกดกับคุณสามี
ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ แต่ถ้าเปรียบเทียบระหว่างเกดกับคุณสามี และคุณแม่นี่แตกต่างกันมาก (มากๆเลยแหละ) อย่างคุณแม่เขาจะเลี้ยงลูก “แบบโบราณ” แบบ Old School! Old Style! ส่วนเกดกับคุณเอดเวิร์ดก็อย่างที่บอก คือเราเลี้ยงลูกด้วยเหตุผล เราไม่ตี!!  ถ้าทำผิดเราก็บอกว่าไม่ควรทำแบบนี้นะ อธิบายว่าเพราะอะไร แล้วให้เขารู้ “Pros & Cons” เขาจะได้แยกแยะออกว่า ถ้าเขาทำแบบนี้มันจะมีผลเกิดขึ้นต่อจากนี้นะ ถ้าเขาได้ไปเจอปัญหา ไปเจอกับอุปสรรคต่างๆ เราก็หวังว่าในสิ่งที่เราได้สอนเขา “เขาจะเลือกถูก” from right and wrong

แม่ก็คือแม่ของลูกเกดคืออะไร
“แม่เป็น Everything” ไม่ว่าจะสำหรับใคร เพศแม่เป็นเพศที่ควรจะเทิดทูนอย่างยิ่ง เพราะว่ากว่าคุณแม่ทุกคนจะท้อง อุ้มท้อง จนคลอดออกมา แล้วก็เลี้ยงเขามา มันคือ “something special for someone special” มากๆเลยนะคะ ยูควรจะโชว์ความรักกับผู้หญิงคนนี้มากๆเลย เพราะว่าผู้หญิงคนนี้ เขาได้ทุ่มเท ได้เสียสละ ให้ลูกเขามหาศาลมาก เพราะฉะนั้นแม่ก็คือแม่จริงๆล่ะค่ะ… Someone very special มากๆ




รับมือยังไงในยุคภัยทางอินเตอร์เน็ต น่ากลัวพอๆกับสงครามโลกครั้งที่ 2
รับมือยังไงหรอ…ยากนะคะ!! เพราะว่ามันไม่ใช่แค่ที่บ้านอย่างเดียว เพราะหลายๆโรงเรียนเขาก็เอาอินเตอร์เน็ตมาใช้เป็นเครื่องมือในการสอนลูกเรา งั้นเราก็ควรที่จะบล็อกส่วนไหนที่ไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้ให้มากที่สุดเท่าที่ได้ ต้องดู “ต้องคุม” ไม่ใช่ว่าเราเอาไอแพดให้ลูกแล้วก็ปล่อยให้เขาเล่นเลย อย่างน้อยต้องควบคุมเวลา สิบห้านาที ยี่สิบนาที หรือดูว่าเขาเล่นอะไรบ้าง มันอะไรเด้งขึ้นมาบ้าง เวลาเล่นอินเตอร์เน็ตอยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่ไหน ไม่ควรให้ใส่หูฟัง ในเมื่อเราเป็นแม่ เราเป็นพ่อเนี้ย เราต้องรู้ ต้องดูว่าลูกของเราเขาดูอะไรอยู่ อยู่ดีๆจะมีคนเข้ามาทัก คุยกับลูกเรา หลอกถามนู่นนี่ มันมีคนเยอะมากมายที่ไม่ได้หวังดี 18 มงกุฎมีเยอะแยะ เพราะฉะนั้นต้องระวังและเราก็ต้องสอนลูกเราด้วยว่า  “ทุกอย่างที่อยู่ในอินเตอร์เน็ตมันไม่ได้เป็นความจริงหมดนะ” ต้องแยกแยะ … บางทีหลายอย่าง หลายสิ่ง หลายเรื่องที่เขาเห็น It’s not all real. เราต้องคอยสอนเขาว่า เวลาเสิร์ทข้อมูลยูต้องมีเครื่องหมายคำถามไว้ “?” (บ้างนะ) Not everything out there มันคือความจริง




บทบาทแม่ในวงการบันเทิง กับบทบาทแม่ในชีวิตจริง “แตกต่างกันไหม?”
มันแตกต่างกันไหมหรอ “มันก็แตกต่างนะคะ” สำหรับน้องสกาย เกดก็ทำทุกอย่างเพื่อเขา ทุกอย่างที่เกดทำวันนี้มันก็เพื่อเขา เราก็อยากให้ลูกเรามีชีวิตที่ดี… แล้วก็มี Support Group ที่ดี… เราก็พยายามเลี้ยงเขาให้เป็นคนดี… เด็กคนนี้เรารอมานานมาก แล้วพอเขามาเราก็ต้องพยายาม “เป็นแม่ที่ดีที่สุดสำหรับเขา” ให้เขามากที่สุด เท่าที่เราจะให้ได้ ส่วนคุณแม่ในวงการเกดมีลูกมากมาย 20 กว่าคนแล้วมั้งตอนนี้ อิอิ ก็ดูแลพวกเขาค่ะ คอยให้คำปรึกษา คือเกดเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกของคน เป็นคนที่รักเพื่อน เพราะฉะนั้นถ้าเราช่วยเขาได้ เราก็ช่วยเขา แต่มันก็ต้องมีลิมิตนะ “กับลูกเรา No Limit” แต่กับลูกที่อยู่ในวงการ หรืออยู่ข้างนอกบ้านมันก็ต้องมีลิมิตบ้าง ต้องรู้ว่าเราได้มากน้อยแค่ไหน

ตลอดระยะเวลาที่สวมบทบาท “แม่ในชีวิตจริง” เรียนรู้อะไรจากลูกบ้าง
“ความอดทน การเสียสละ การใจเย็น และเรียนรู้ความรู้สึกในการผิดหวัง” เพราะตอนที่เกดท้อง หรือตอนที่ใฝ่ฝันว่าจะมีลูก โอโห คิดเอาไว้เลยว่า ลูกต้องเป็นแบบนั้นนะ! เป็นแบบนี้นะ! ทำแบบนี้นะ! เหมือนเราปูทางไว้แล้วว่าเด็กคนนี้จะต้องเป็นยังไง แต่จริงๆแล้วเขาอาจจะไม่ได้เป็นทุกอย่างที่เราอยากให้เขาเป็น ถ้าเราตั้งความหวังไว้ เราก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วย ยังไงเขาก็ต้องเป็นตัวของเขาเอง “เขามีหัวใจ” ของเขาเอง เราอาจจะมีภาพที่อยากให้เขาเป็น แต่เขาอาจจะไม่อยากเป็น “ใช่ เราก็ต้องผิดหวัง” แต่ “It’s Okay” เราเลี้ยงให้เขาเป็นคนดี สำหรับเกดมันดีที่สุดแล้วค่ะ

(ไม่คาดหวัง) แต่ก็ต้อง “วางแผนไว้บ้างแหละ” วางแผนคร่าวๆ ไว้ยังไงบ้าง…
แอบตั้งไว้ว่าอยากให้เขาเป็นนักว่ายน้ำทีมชาติไทย อยากให้เขาไปซีเกมส์ อยากให้เขาไปเอเชียนเกมส์ อยากให้เขาไปโอลิมปิก แต่เขาจะไปได้หรือเปล่า เขาจะชอบหรือเปล่า เขาจะรักการแข่งว่ายน้ำหรือเปล่า อันนี้เกดไม่รู้ เกดก็ต้องเผื่อใจเกดเอาไว้อยู่เหมือนกันว่า วันนึงเขาอาจจะไม่ได้ไปถึงที่ที่เกดอยากให้เขาไปถึง แต่ก็พยายามบอกเขานะว่า ถ้าเขาไปได้ แล้วเขาได้เหรียญกลับมา ชีวิตเขาก็จะสบายประมาณนึงอะไรแบบนี้ แล้วอย่าไปว่ายให้ประเทศอื่น ให้ว่ายให้เมืองไทยนะ แต่ในที่สุดถ้าเขาอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร มันก็อยู่ที่เขาค่ะ…

สุดท้ายแล้ว อยากบอกอะไรกับคุณแม่ๆ คะ
สำหรับคุณแม่ทั้งหลาย เกดอยากจะบอกว่า บางครั้งข้อมูลหรือสิ่งที่เราต้องการมันอาจอยู่ในอินเตอร์เน็ต อยู่ในหนังสือ แต่ท้ายสุดแล้ว Instinct ของเรานั่นแหละคือดีที่สุด หนังสืออาจบอกว่าถ้าลูกคุณตัวร้อน 39 องศาแล้วยังไม่ต้องไปหาหมอ 40 ก่อนค่อยไป จริงๆแล้วมันอยู่ที่สัญชาตญาณของเรา เราต้องคอยสังเกตว่าลูกเราไม่สบายยังไง อาการเป็นยังไง “ต้องเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง” หาข้อมูลได้ อ่านหนังสือได้ ฟังจากคุณแม่ท่านอื่นได้ แต่สุดท้ายเราก็ต้อง Follow Instinct ของตัวเองนะคะ…

ทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า “แม่ก็คือแม่” มั่นใจว่าหลายคนต้องคิดถึงลูกเกด เมทินี และหลังจากเราได้พูดคุยกับเมทินีแล้ว ปฎิเสธไม่ได้ว่าคำๆนี้ เหมาะสมมากจริงๆ…กราบแม่