ก้าวแรกที่มั่นใจของลูกน้อย... กับก้าวย่างที่มั่นคงของจิมโบรี

Last updated: 2019-06-23  | 

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการพัฒนาการของลูกน้อย นอกจากการอ่านจากหนังสือแล้ว การได้ลงมือค้นหาวิธีการที่ทำได้จริงและเหมาะกับลูกเรามากที่สุด จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มอบสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อเส้นทางสู่อนาคตอันมั่นคงให้ลูก  หลายคนจึงมองหาสถาบันเสริมพัฒนาการให้กับลูก  วันนี้เราจึงชวนมาพูดคุยกับ สถาบันพัฒนาการเด็กเล็ก ที่ก่อตั้งมากว่า 40 ปี และมีมากกว่า  700 สาขา ใน 50 ประเทศทั่วโลก คือ “จิมโบรี เพลย์แอนด์มิวสิค - Gymboree Play & Music” ซึ่งนับได้ว่าเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอย่างยาวนานว่า เป็นสถาบันพัฒนาการเด็กที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง



ในประเทศไทย จิมโบรี เพลย์แอนด์มิวสิค เปิดดำเนินงานครั้งแรก เมื่อ 18 ปีก่อน โดย คุณชามาภัทร สิทธิอำนวย กรรมการผู้จัดการ และในปัจจุบันมีสาขาในประเทศไทย 14 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ 10 สาขา และที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดระยอง  จังหวัดชลบุรี และจังหวัดภูเก็ต คุณชามาภัทรเล่าว่า จิมโบรี เพลย์แอนด์มิวสิค เป็นสถาบันพัฒนาการสำหรับเด็ก ตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 6 ขวบ และส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างทุกคนในครอบครัว  โดยเน้นการเสริมสร้างพัฒนาการแก่เด็กเล็กทั้ง 4 ด้าน คือ ร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา



โดยมีทีมคุณครูเป็นผู้นำการทำกิจกรรม คอยให้ความสะดวก แนะนำกิจกรรมต่างๆ อย่างเชี่ยวชาญในห้องเรียน เพื่อให้คุณพ่อ คุณแม่ และทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม มีความรู้ และทักษะ สามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ในห้องไปเล่นกับน้องที่บ้านได้  ทั้งนี้การส่งเสริมการเรียนรู้ให้น้องๆ จะพัฒนาผ่านการ “เล่น” ในโปรแกรมหลัก 3 รูปแบบ คือ Play & Learn, Music และ Art  ที่เน้นการทำกิจกรรมแบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม (Parent and Child) ที่ให้ความสำคัญกับคนทุกรุ่น ไม่จำกัดเพียงคุณพ่อ คุณแม่ที่จะเข้าทำกิจกรรมกับลูกเท่านั้น  แต่เปิดโอกาสและส่งเสริมให้คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย คุณลุงคุณป้า คุณน้าคุณอา ได้ร่วมเรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างระหว่างวัยด้วย ขณะเดียวกันทางจิมโบรียังพัฒนาห้องเรียนไปสู่หลักสูตร PreSchool ที่ให้น้องๆ ได้เรียนรู้ที่จะเข้าสู่สังคม โดยไม่มีผู้ปกครองข้างกาย แต่ให้อยู่ในความดูแลของทีมคุณครู และส่งเสริมให้น้องๆ ปรับตัวพร้อมก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนกับเพื่อนๆ ต่อไป

คุณนนทกานต์ ทัพพะรังสี ผู้บริหารจิมโบรี สาขาชิดลมและสาขาพระราม 3 ได้ชี้ถึงจุดเด่นและความแตกต่างของจิมโบรีกับสถาบันอื่นๆ ว่า จิมโบรีเป็นผู้นำด้านสถาบันเด็กเล็ก และเป็นแบรนด์เดียวที่มุ่งเน้นกิจกรรม ที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว ซึ่งจะเป็นผู้ที่เล่นกับน้องโดยตรง ในระหว่าง “ การเล่น” ที่สอดแทรกด้วยหลักสูตรการพัฒนาการเด็กอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ “การเล่นอย่างเป็นธรรมชาติ” ที่ไม่เพียงแค่สนุก แต่เป็นการเรียนรู้ที่ได้รับพัฒนาการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ คุณครูจะสอดแทรกบทเรียนที่เพิ่มพัฒนาการให้น้อง ด้วยการสอนเล่น กระตุ้นความอยากเล่น อยากเรียนรู้  ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ เป็นไปโดยธรรมชาติทั้งสิ้น ไม่มีความกดดัน ไม่มีการตีกรอบ  อันนี้คือข้อแตกต่างอย่างชัดเจน

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของโปรแกรม Play & Learn นั้น คุณนนทกานต์เผยว่า ผู้ปกครองที่พาลูกหลานมาเรียนที่จิมโบรีจะสังเกตได้ว่า อุปกรณ์เครื่องเล่นในห้อง Play & Learn ของจิมโบรี จะแตกต่างจากเครื่องเล่นในสถานที่อื่นๆ เพราะอุปกรณ์เครื่องเล่นของเรา มีรายละเอียดมาก ได้รับการออกแบบจากทีม Research & Development โดยคำนึงถึง น้ำหนัก ส่วนสูง สัดส่วนของเด็กแต่ละช่วงอายุ พร้อมทั้งคิดค้นวิธีการปรับรูปแบบการใช้เครื่องเล่นเพื่อสนองต่อระดับการส่งเสริมพัฒนาการของน้องๆ อย่างชัดเจน



สำหรับกิจกรรมของโปรแกรม Music นั้น จะเน้นการใช้อุปกรณ์ที่มีขนาดเหมาะสมกับสรีระของเด็กเล็ก เป็นกิจกรรมฝึกการเข้าจังหวะ โดยใช้เสียงดนตรีสื่อสารระหว่างคุณครู เด็ก และผู้ปกครอง มีคาแรกเตอร์ดนตรีที่แตกต่าง ทำให้เกิดการเรียนรู้ความหลากหลายของเพลงและดนตรีอย่างสนุกสนาน  ส่วนการเรียนรู้ในโปรแกรม Art จะเน้นการวาด ระบายสี ภาพพิมพ์ การปั้น การปะติด สนับสนุนให้น้องได้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กเป็นหลัก และใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ โดยผู้ปกครองจะได้เห็นผลงานที่น่าทึ่งของลูกหลานและสนุกไปด้วยกัน

นอกจาก 3 โปรแกรมหลักของจิมโบรีแล้ว ยังมีหลักสูตร PreSchool  ซึ่งได้รับการอธิบายจาก คุณชไมพร รวยฟูพันธ์ ผู้บริหารจิมโบรี สาขาเพชรเกษม ว่า โปรแกรม PreSchool  1 เทอม มีระยะเวลา 3 เดือน เป็นโปรแกรม Drop Off คือผู้ปกครองไม่ต้องเข้าไปเล่นกับน้อง โดยน้องจะทำกิจกรรมร่วมกันกับคุณครูและเพื่อนๆ  เป็นการตอบโจทย์ให้กับผู้ปกครองที่ต้องการส่งเสริมให้บุตรหลานสามารถอยู่ได้โดยลำพัง ไม่มีคนใกล้ชิดในครอบครัว เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าโรงเรียน 

หลายคนมีคำถามว่าแล้วทำไมต้องมา PreSchool ที่จิมโบรี คุณชไมพร บอกถึงความสำคัญว่า แม้จะเป็นโปรแกรมเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียน แต่เด็กก็คือเด็ก หลักสูตร PreSchool นี้ จึงไม่ทิ้งแนวทางหลักของจิมโบรี คือ “ความสนุกผ่านการเล่น” และเป็นโปรแกรมที่รวมเนื้อหาของหลักสูตร Play & Learn, Music และ Art และเพิ่มแนวคิดเรื่อง “Logical Thinking” ด้วยของเล่นไม้แบบต่างๆ และความรู้เชิงคณิตศาสตร์  โดยรับน้องตั้งแต่อายุ 1 ขวบ 4 เดือน ขึ้นไป และแบ่งระดับการพัฒนาการเป็น 3 ระดับ ตามช่วงอายุ แม้ผู้ปกครองจะไม่ได้อยู่ในห้องกับน้องๆ แต่หลังเลิกคลาสทุกครั้ง คุณครูจะสรุปและสื่อสารให้ทราบว่าน้องแต่ละคนเรียนรู้อะไร ได้ลงมือทำอะไรบ้าง  และเมื่อจบหลักสูตร จะมีงานฉลองจบระดับ และรับผลงานทั้งหมดของน้อง

นอกเหนือจากหลักสูตรที่ดีแล้ว จิมโบรียังให้ความสำคัญกับผู้ถ่ายทอดหลักสูตรอย่างมาก คุณศิริพร นิลกำแหง ผู้บริหารจิมโบรี สาขาบางนาและสาขารามคำแหง ยืนยันถึงมาตรฐานการคัดเลือกบุคลากรที่จะมาเป็นครูผู้นำกิจกรรมของจิมโบรีว่า ว่าที่คุณครูของเราต้องผ่านเกณฑ์เรื่องการใช้เสียงผ่านการร้องเพลง เกณฑ์เรื่องทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ เกณฑ์เรื่องทัศนคติที่ดี รักเด็ก และเรื่องบุคลิกภาพ ที่สำคัญคือการมีทัศนคติเชิงบวก มีความสดใส สนุกสนาน นับว่าเป็นมาตรฐานที่ค่อนข้างสูง ที่จะผ่านเข้ามาทำงานร่วมกับจิมโบรีได้ ซึ่งคุณครูทุกท่านจะต้องผ่านการคัดกรองจากสำนักงานใหญ่และผู้บริหารสาขา เพื่อร่วมกันพิจารณา นับว่าต้องใช้การเฟ้นหาที่ยากพอควร ที่จะหาคนที่มีคุณสมบัติครบ เหมาะสมแบบจิมโบรี และต้องได้รับการทดสอบ การสัมภาษณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ผ่านเข้ามาจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสามารถในการถ่ายทอดความสุข ความสนุกให้กับผู้อื่นได้



เมื่อได้ว่าที่ครูผู้นำกิจกรรมแล้ว คุณศิริพร เล่าถึงขั้นตอนการสร้างครูผู้นำกิจกรรมว่า ทุกคนจะต้องเข้าอบรมหรือเทรนนิ่งเป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม เพื่อเรียนรู้หลักสูตรการนำกิจกรรม ตามมาตรฐานของ จิมโบรี สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นต้นแบบ โดยต้องสามารถจดจำและร้องเพลงเบื้องต้นของจิมโบรีทั้งหมด 106 เพลง ได้โดยไม่เพี้ยนทำนองหรือตัวโน้ต และต้องเรียนรู้ เข้าใจเรื่องพัฒนาการเด็ก รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ของกิจกรรม โดยจะมีการทดสอบเป็นระยะๆ และมีการประเมินผล มีประกาศนียบัตรรับรอง ก่อนที่จะเข้าทำงานในแต่ละสาขา ในฐานะครูผู้ช่วย จนกว่าจะมีการประเมินผลจากฝ่าย Program & Training ให้ทำหน้าที่ครูผู้นำกิจกรรมอย่างเต็มตัวได้ และในทุกๆ ปี ครูทุกคนจะได้รับการประเมินผลการนำกิจกรรมในห้องเรียนจากฝ่าย Program & Training ของสำนักงานใหญ่ อย่างสม่ำเสมอ โดยต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะเป็นที่ยอมรับ นับเป็นความเข้มข้นและเข้มงวด ซึ่งเป็นเบื้องหลังการเสริมสร้าง การเรียนรู้ กระตุ้นพัฒนาการ ให้กับเด็ก และสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง โดยผ่าน “การเล่นอย่างสนุก”

ถ้าลูกของเราเป็นเด็กขี้กลัว จะมีประสบการณ์ครั้งแรกกับการเล่นในจิมโบรีอย่างไร คุณพรรณพนัช ชนม์นิภาณัฐ ผู้บริหารจิมโบรี สาขาเชียงใหม่ ย้อนอดีตเมื่อครั้งเป็นคุณพ่อพาลูกสาวตัวเล็กวัย 1 ขวบครึ่ง เข้าทดลองเรียนตามสถาบันพัฒนาการเด็กเล็กหลายแห่งว่า “ผมพาลูกไปทดลองเรียนมาหลายแบรนด์มาก เพื่อค้นหาที่ๆ ใช่สำหรับลูก แต่ทุกที่ ที่ไป ถ้าลูกรู้สึกไม่ปลอดภัย ลูกจะติดเรา เขาจะจับมือเราเสมอ ไม่ยอมปล่อยมือ จนเมื่อมาทดลองเรียนที่จิมโบรี ประทับใจตั้งแต่ 15 นาทีแรกเลย ผมได้เห็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ลูกลุกออกจากตักเรา เดินไปร่วมกิจกรรมเอง แทบไม่หันมามองเราด้วยซ้ำ พอเจออย่างนั้น เลือดในตัวมันพลุ่งพล่าน หน้าแดง มือชา เราตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมที่นี่ทำให้ลูกเราแสดงออกอีกแบบหนึ่ง เป็นเด็กปกติเลย จากที่เขาจะกลัวทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว เขาจะอยู่แค่ตักเรา ทำกิจกรรมทุกอย่างบนตักเรา ไม่จากเราไปไหน อย่างน้อยก็ต้องเกาะมือเราไว้ แต่ที่จิมโบรี มีเสน่ห์และเคล็ดลับบางอย่างที่ทำให้ลูกผมเปลี่ยนไปในเวลาเพียง 15นาทีเท่านั้น”

คุณพรรณพนัช ค้นพบเหตุผลที่ลูกพัฒนาการได้ในเวลาอันสั้น ว่า การจัดกลุ่มอายุที่ใกล้เคียงช่วงวัยของน้อง ทำให้น้องไม่กลัวว่าจะมีเด็กที่ตัวโตกว่ามาวิ่งชน หรือมาเบียด เขาจึงรู้สึกปลอดภัย กล้าที่จะเดินออกจากเราไปเอง และอย่างที่สอง คุณครูที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี มีวิธีการดึงความสนใจจากน้อง เมื่อเขามองว่าครูน่ารัก ให้ความรู้สึกปลอดภัย น้องก็สามารถผ่อนคลาย และปล่อยสัญชาติญาณความเป็นเด็กออกมาอย่างเต็มที่  เข้าร่วมกิจกรรมได้ทุกอย่าง  ก้าวข้ามขีดจำกัดความกลัวทุกอย่างไปได้ นั่นคือประสบการณ์ครั้งแรกที่ทำให้เราทึ่งกับจิมโบรี หากผู้ปกครองท่านอื่นกำลังเผชิญปัญหาเดียวกับที่ตนเคยเจอ  จิมโบรีสามารถตอบโจทย์ทุกอย่างของเด็กขี้กลัวได้เป็นอย่างดี ที่นี่จะผลักดันให้เด็กได้ลองทำทุกอย่างด้วยตัวเอง มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น กล้าแสดงออกมากขึ้น ใช้ศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่

นอกจากความสนุกที่ปลอดภัยในห้องเรียนแล้ว สิ่งหนึ่งที่จิมโบรีให้ความสำคัญสูงสุด คือเรื่องความสะอาด คุณเมจุน เลา ผู้บริหารจิมโบรี สาขาบางนาและสาขารามคำแหง ยืนยันหัวใจในงานที่เกี่ยวกับเด็กเล็กว่า “ความสะอาดสำคัญมาก” ตนเองเป็นผู้บริหารของจิมโบรี และรักษามาตรฐานด้านความสะอาดมาอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ก่อนที่ตนจะมีลูก จนเมื่อตนเองมีลูกน้อยในวัยแบเบาะ และได้มีโอกาสพาน้องมาใช้อุปกรณ์และห้องเรียนของจิมโบรี จึงตระหนักดีว่ามาตรฐานที่กำหนดและทำมาตลอดนั้น เป็นการรักษาความสะอาดขั้นสูง  เริ่มตั้งแต่ ก่อนเข้าห้องเรียน จะมีการวัดอุณหภูมิทั้งเด็กและผู้ปกครองบริเวณเคาน์เตอร์เสมอ หากมีไข้ หรือมีน้ำมูก จะไม่อนุญาตให้เข้าห้องเรียน และมีเจลทำความสะอาดมือให้น้อง ทั้งนี้ผู้ปกครองที่จะเข้าร่วมกิจกรรมในห้องต้องสวมถุงเท้าเสมอ เพื่อการรักษาความสะอาดในห้องเรียน

คุณเมจุนกล่าวถึงการดูแลอุปกรณ์ เครื่องเล่นว่า เครื่องเล่นและพื้นห้องจะต้องผ่านขั้นตอนการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หลังจบการเรียนการสอนเสมอ ส่วนอุปกรณ์ที่น้องต้องหยิบจับ จะมีการเปลี่ยนและแยกอันที่ใช้แล้วเพื่อนำไปอบฆ่าเชื้อ  ส่วนของเล่นที่เป็นผ้า จะมีการนำไปทำความสะอาดประจำ  ไม่มีการละเลยเด็ดขาด และในห้องเรียนก็จะมีเครื่องกรองอากาศ เพื่อกรองอากาศบริสุทธิ์ให้น้องๆ และผู้ปกครอง

การเป็นที่หนึ่งของจิมโบรี โดยมีมาตรฐานระดับโลกนั้น ดร.ศิริภัทรา คูสุวรรณ ณ ระนอง ผู้บริหารจิมโบรี สาขาภูเก็ต กล่าวว่า ลูกชายชื่อ น้องพอล เริ่มเรียนที่จิมโบรีตั้งแต่อายุ 3 เดือน ด้วยความที่เป็นครอบครัวที่ชอบท่องเที่ยวในต่างประเทศ จะพาน้องพอลไปด้วยทุกที่ และจะพาไปเล่นที่จิมโบรีในประเทศต่างๆ ยกตัวอย่างสาขาที่เคยเข้าไปใช้บริการคือ ที่ลอนดอน 2 แห่ง, ที่โตเกียว 1 แห่ง และที่เซี่ยงไฮ้อีก  1 แห่ง  ยิ่งทำให้เราเห็นเลยว่ามาตรฐานจิมโบรีในประเทศไทย ไม่ต่างจากมาตรฐานทั่วโลก ครูผู้นำกิจกรรมของเราที่ผ่านการเทรนมาอย่างหนัก ทำให้เรามีความโดดเด่นเรื่องการสอนไม่แพ้ประเทศอื่น แถมคุณครูของเรายังมีอัธยาศัย ไมตรีที่ดี friendly น่ารักแบบคนไทยมากๆ ด้วย

ดร.ศิริภัทรา คูสุวรรณ ณ ระนอง เล่าว่า น้องพอลจะคุ้นเคยกับกิจกรรม และอุปกรณ์เครื่องเล่น set up ต่างๆ ที่เหมือนกัน มาสคอทพี่จิมโบ้ก็เหมือนกัน  จึงเล่นกับเพื่อนได้อย่างสบายใจ เปลี่ยนก็เพียงเพื่อนเล่น ที่เดี๋ยวเป็นเพื่อนจีน เดี๋ยวเป็นเพื่อนญี่ปุ่น เดี๋ยวเป็นเพื่อนอังกฤษ ลูกจะปรับตัวได้อย่างเร็ว แฮปปี้มาก เหมาะกับยุคสมัยที่โลกเล็กลง ลูกจะมีเพื่อนหลากหลายชาติ มาจากทุกมุมโลก ซึ่งผู้ปกครองที่เป็นสมาชิกกับจิมโบรี ประเทศไทย สามารถใช้สิทธิ์ที่สาขาต่างประเทศได้เช่นกัน โดยเมื่อจะใช้สิทธิ์ที่ไหน เพียงแจ้งกับสาขาที่เป็นสมาชิกอยู่ ให้จองช่วงเวลาให้ล่วงหน้า เช่น จะไปเที่ยวที่ลอนดอน เราก็จะจองเวลาเรียนที่ตรงกับช่วงอายุของน้องล่วงหน้า เมื่อไปถึงที่นั่น เพียงนำบัตรสมาชิกจิมโบรี ประเทศไทย ไปแสดง ก็สามารถเข้าเรียนตามที่จองไว้ หรือจะใช้สิทธิ์ play gym ก็ได้ ครูที่นั่นจะ happy และ welcome มากเมื่อเด็กต่างชาติไปเรียน  เหมือนเป็นนักเรียนของตัวเองเลย เช่นเดียวกับที่ชาวต่างชาติมาใช้สิทธิ์ในสาขาประเทศไทย อย่างสาขาภูเก็ต จะค่อนข้าง international มีรัสเซีย ยุโรป จีน ญี่ปุ่น อเมริกา มาอยู่แบบระยะยาวก็มี หรือมาแบบท่องเที่ยวก็มี เขาก็ขอมาใช้สิทธิ์เล่นที่เรา เราก็ welcome ทุกอย่างมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก เขาก็สบายใจ คุ้นเคย มีความสุข



ความโดดเด่นของสถาบันพัฒนาการเด็กเล็ก จิมโบรี ไม่เพียงในเรื่องของหลักสูตร และเครื่องเล่นเท่านั้น แม้แต่ผลิตภัณฑ์ ของจิมโบรี ที่เป็นของเล่นต่างๆ ก็ได้รับความนิยมในระดับโลกไม่แพ้กัน โดยจะเห็นได้ว่ามีการซื้อขายในโลกออนไลน์ จนหลายอย่างเป็นของสะสมของแฟนๆ จิมโบรี คุณสุดา คุณสวัสดิ์ ผู้บริหารจิมโบรี สาขาระยอง เล่าว่า ผลิตภัณฑ์ของจิมโบรี เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องเรียนจริงๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า อุปกรณ์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น  เครื่องดนตรี  เช่น มาราคัส กลอง ฯลฯ หรือ บับเบิล  หรือตุ๊กตาจิมโบ้ มีประโยชน์ในแง่ของการช่วยเสริมพัฒนาการให้กับเด็กๆ ได้จริง นอกเหนือจากการให้ความสนุก ความเพลิดเพลิน 

คุณสุดา เล่าถึงความมีเสน่ห์ของผลิตภัณฑ์ของกว่า ไม่เพียงคุณพ่อคุณแม่สามารถนำอุปกรณ์เหล่านี้ ไปต่อยอดสร้างพัฒนาการให้ลูก ได้ที่บ้าน เหมือนกับที่เรียนที่จิมโบรีแล้ว หลายๆ บ้านยังชื่นชอบคุณภาพ และความน่ารัก ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์ของจิมโบรี คือ “จิมโบ้” ซึ่งติดอยู่ข้างอุปกรณ์ต่างๆ หรือตัวตุ๊กตาจิมโบ้ ก็กลายเป็นขวัญใจของทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่ จนกลายเป็นของสะสมที่หลายคน “ต้องมี”  นับเป็นความภาคภูมิใจของเรา และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทุกคนเป็นครอบครัว “จิมโบรี”และมี “จิมโบ้” อยู่ในใจเช่นเดียวกัน



จิมโบรี เพลย์ แอนด์ มิวสิค ประเทศไทย เติบโตอย่างมั่นคง มาถึงปีที่ 18 ด้วยก้าวที่มั่นใจทีละก้าว ทุกๆ สาขาที่เพิ่มเติมด้วยระบบแฟรนไชส์ จะได้รับการประเมินอย่างรอบคอบ ว่าผู้ที่จะมาร่วมเป็นครอบครัวจิมโบรี จะต้องพร้อมเป็นผู้ให้สิ่งดีๆ กับผู้อื่น  ซึ่ง ณ จุดนี้ ผู้บริหารสาขาต่างๆ ยังคงรักษามาตรฐานอย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเปิดสาขามานานแค่ไหน เช่น คุณชไมพร ผู้บริหารสาขาเพชรเกษม ที่เปิดดำเนินการมากว่า 15 ปี กล่าวว่า ชอบศึกษาเรื่องการพัฒนาการเด็กอยู่แล้ว จนถึงวันนี้ แม้จะได้รับความรู้ต่างๆ และหลักสูตรการพัฒนาการจากจิมโบรีอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงคิดว่ามีสิ่งใหม่ให้เรียนรู้และนำมาพัฒนาสาขาได้เสมอ จากที่เราเคยเป็นผู้ปกครองที่ต้องการ ความสนุก ให้ลูกได้เล่น ได้เรียน มีความสุข มีความมั่นใจ ตอนนี้เมื่อมาเป็นแฟรนไชส์ซีหรือผู้บริหารสาขาแล้ว เรามาเป็นผู้ให้ มาสร้างครู ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่มีประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติมาก มีบทบาทในการปูพื้นฐานที่ดีให้กับเด็กคนหนึ่ง ที่จะเติบโตได้อย่างมั่นคงแข็งแรง ทั้งกายใจ ต่อไปในอนาคต

เช่นเดียวกับคุณนนทกานต์ ผู้บริหารสาขาชิดลมและพระราม 3 ที่เป็นแฟรนไชส์ซีมากว่า 15 ปีเช่นกัน กล่าวว่า ทุกครั้งที่เข้ามาที่จิมโบรี จะมีโอกาสได้เห็นครอบครัว ได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ เห็นน้องๆ เด็กๆ แล้วเรามีความสุข จึงทำให้ 15-16 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ไม่สามารถหาได้จากอาชีพอื่น แม้แต่คุณครูทุกรุ่นที่ทำงานกับเรา แม้จะออกไป ก็ยังภาคภูมิใจที่เคยทำงานกับจิมโบรี เขาได้ทักษะด้านภาษา ด้านการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน  และทำให้ตัวเขาสามารถนำเอาพื้นฐานการสอนตามหลักสูตรของจิมโบรี ไปใช้กับลูกของเขาเอง สร้างครอบครัวที่มั่นคงได้ในอนาคต

คุณศิริพร ผู้บริหารสาขาบางนา กล่าวถึงความประทับใจในการเป็นแฟรนไชส์ซี ว่าตอนพาลูกมาเรียนเห็นได้ชัดว่าลูกมีความสุขมาก เราเองก็ประทับใจคุณครูที่สาขาที่มีไมตรีดี จำชื่อเด็กได้หมด จนเราเข้ามาบริหารเอง เห็นได้เลยว่าบรรทัดฐานเหล่านี้ไม่ได้สร้างง่ายๆ แต่ด้วยมาตรฐานการอบรมที่ดี ทำให้คุณครูที่มาทำงานร่วมกัน ล้วนแต่มีความสามารถจริงๆ  ทุกวันนี้ยังพาลูกมาเรียนที่จิมโบรี แค่ตื่นเช้ามาใส่เสื้อ ลูกจะถามว่าวันนี้ไปสาขาไหน เราก็ยิ่งมีความสุข และเพื่อนๆ ของลูกในคลาส เมื่อได้มาคลุกคลีกับลูกเรา  ต่างก็มีความสุข เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เราจึงเหมือนเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้ แม้ตอนนี้เราจะต้องคิดหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ซึ่งยากขึ้นไปอีก แต่สนุกและมีความสุขมาก

ปิดท้ายด้วยผู้บริหาร สาขารังสิต คุณสมประสงค์ บิณฑวิหค ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้บริหารสาขาแล้ว ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง Brand Manager ของสถาบันจิมโบรีอีกด้วย คุณสมประสงค์เล่าว่า ผู้บริหารท่านอื่นจะเริ่มจากพาลูกมาเรียนที่จิมโบรีแล้วประทับใจ จึงเข้ามาร่วมเป็นแฟรนไชส์ซีเพื่อเปิดดำเนินงานในสาขาต่างๆ แต่ตนเองนั้น เริ่มต้นจากการเป็นครูผู้นำกิจกรรมก่อน ได้ใช้สิทธิ์สวัสดิการการเป็นพนักงานพาลูกมาเรียน มาทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อนๆ ตนเองเพียงแต่เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นครู มาเป็นผู้บริหารองค์กร พร้อมกับเป็นแฟรนไชส์ซีไปพร้อมกัน ยิ่งทำให้เห็นถึงเบื้องหลังว่า กว่าจะมาเป็นครูที่นี่ได้ กว่าจะทำให้สถานที่แห่งนี้อบอุ่นเหมือนบ้าน กว่าจะเป็นหลักสูตรที่มีคุณภาพ สนุกและมีประโยชน์สร้างพัฒนาการเด็กได้จริง ยิ่งทำให้ตระหนักถึงคุณภาพการสอน การทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างครู เด็ก และผู้ปกครอง ที่มีวัยแตกต่างกัน เป็นความท้าทายที่จะต้องทำให้ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ “จิมโบรี” มีความหมาย มีคุณค่ากับทุกท่านที่มาใช้บริการมากที่สุด ได้รับประโยชน์มากที่สุด เรียนรู้และเข้าใจระหว่างคนในครอบครัวมากที่สุด และมีความอบอุ่นเหมือนทุกท่านเป็นครอบครัวเดียวกัน “ครอบครัวจิมโบรี”