เลี้ยงลูกให้รู้จักคำว่า “ล้มเป็น ถอยเป็น”

Last updated: 2019-06-23  | 

 

หลับตานิ่ง ๆ แล้วเงยหน้ามองย้อนกลับไปในวัยที่ลูกยังเล็ก มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อดอมยิ้มไม่ได้ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีลูกคนเดียว มีหลานคนเดียว จนมีการเปรียบเป็นสำนวนว่า “ไข่ในหิน”  (สำนวนนี้มักใช้เชิงประชดว่าทะนุถนอมจนเกินเหตุ บ้านนี้เลี้ยงลูกเหมือนไข่ในหิน พอออกไปสู่สังคมภายนอกก็ไม่สามารถดูแลช่วยเหลือตนเองได้) ซึ่งมีให้เห็นในสังคมปัจจุบันพอสมควรเลยทีเดียว เพราะอะไรจึงต้องเลี้ยงลูกน้อยด้วยการตามใจ จัดเตรียมให้ลูกด้วยแพ็คเกจสำเร็จรูปทุกอย่างเริ่มตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน ชนิดที่เรียกว่าลูกของแม่ต้องพร้อมพรั่งไปด้วยอุปกรณ์รวม อำนวยความสะดวกทุกอย่าง โดยที่ลูกแม่ไม่ต้องแตะต้องอันใด และมักจะได้ยินคำพูดที่ว่า...ไม่ต้องลูก “เดี๋ยว ๆ ๆ ๆ...แม่ทำเอง เดี๋ยวจะเจ็บ เดี๋ยวจะเลอะ เดี๋ยวจะล้ม....”

เคยมั้ยวัยที่ลูกหัดเดิน...ตั้งไข่ เตาะแตะ เมื่อลูกล้มเสียงร้องแง ๆ ดังลั่นบ้าน ปู่ ย่า ตา ยาย วิ่งกรูมาที่หลานโดยไม่ได้นัดหมาย สิ่งที่เห็นคือ ปู่ ย่า ตา ยาย รีบเอามือไปตีที่พื้น ที่บันได ที่โต๊ะ ที่เก้าอี้ ที่โซฟา นี่แน๊ะ !! พร้อมมองหน้าหลานทำท่าทางว่านี่แน๊ะมาทำให้หลานฉันร้องไห้ทำไม อุ้มขึ้นมา โอ๋ ๆ ๆ อย่าร้องนะ ปลอบปะโลมให้หลานหยุดร้อง (ปรากฏว่าหลานหยุดร้องค่ะ) ถามว่าท่านทำถูกมั้ย ในเรื่องความรู้สึกท่านทำให้หลานสบายใจได้ ที่มีคนเข้ามาแสดงความรักความห่วงใย หากมองในเรื่องการเรียนรู้บางคนอาจจะคิดว่าลูกหลานยังเล็กเกินไปที่จะรู้ว่าตัวเองควรเข้มแข็งและลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง

เพราะอะไรวันนี้เราต้องเลี้ยงลูกให้รู้จักคำว่า “ล้มเป็น....ถอยเป็น”

เพราะสังคมทุกวันนี้เป็นสังคมครอบครัวเดี่ยว แต่ละครอบครัวมีลูกคนเดียว การไม่สอนให้ลูกรู้จัก คำว่าผิดหวัง รู้จักคำว่าพ่ายแพ้  รู้จักคำว่ายอม หรือรู้จักคำว่าล้มเป็น..ถอยเป็น อาจจะทำให้ลูกอยู่ในสังคมยาก โดยเฉพาะลูกที่อยู่ในวัยของเยาวชน Generation Z ที่ส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตมาตั้งแต่เด็ก และยังคุ้นเคยกับเทคโนโลยี และโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งเป็นวัยที่ควบคุมยากทั้งเรื่องภาวะทางกาย อารมณ์ และความคิดนั้น  ผู้ปกครองต้องสร้างสมรรถนะให้ลูก ๆ ได้มีพื้นฐานทางการคิดวิเคราะห์ มีทักษะชีวิตที่ดี เพราะลูกวัยนี้ต้องการพัฒนาการเรียนรู้ พัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ บางคนขาดปฏิสัมพันธ์จากคนรอบข้างและครอบครัว เนื่องจากหมกมุ่นอยู่แต่คอมพิวเตอร์ เมื่อพ่อคุณแม่ไม่เคยสอนให้ลูกได้รู้จักกับความลำบาก เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้ลูกพร้อมสรรพ การที่ปล่อยให้ลูกได้ทุกอย่างง่ายเกินไป เมื่อเจอกับอุปสรรคลูกอาจจะรู้สึกท้อแท้ และรู้สึกสิ้นหวัง เพราะชีวิตไม่ได้ง่ายเหมือนที่เขาเคยเจอมาจนไม่สามารถลุกขึ้นยืนหยัดและเริ่มต้นใหม่ได้เลย

คุณคิดว่า...เขาจะดำเนินชีวิตต่ออย่างไร? ...นี่แม่นะ!! ไม่อยากนึกเลยภาพเลยว่าในอนาคต ถ้าลูกเราไม่รู้จักคำว่าล้มเป็น ถอยเป็น...ชีวิตลูกๆจะเป็นยังไงต่อไป#เข้าข่ายพ่อแม่รังแกฉันมั้ย