ทำความรู้จักกับ Dyslexia ความบกพร่องทางการอ่าน

Last updated: 2019-06-23  | 


เสียงร้องขอความเข้าใจจากไอ้เด็กขี้เกียจโง่เง่า (อาการที่เด็กลูกครึ่งต้องเฝ้าระวัง)

ขึ้นหัวข้อนี้ขึ้นมาเพราะได้รับสายจากคุณแม่ท่านหนึ่ง ถามโบว์ว่า “คุณโบว์คะ ลูกพี่ขี้เกียจมาก ไม่ยอมไปโรงเรียน อายุตั้ง 10 ขวบแล้วยังอ่านหนังสือไม่ได้ อ่านผิดอ่านถูก พออ่านไม่ได้ก็โมโห เจ้าอารมณ์ ไม่ยอมทำการบ้าน ทำงานไม่เคยทันเขา ครูด่าตลอด”

พอได้ยินอย่างนี้โบว์ก็ฉุกใจนึกขึ้นมาเลยค่ะว่า พ่อหนุ่มน้อยคนนี้อายุตั้ง 10 ขวบแล้ว แต่ยังอ่านไม่คล่อง แถมเวลาอ่านหนังสือยังสะกดผิดสะกดถูก และส่วนใหญ่ก็ใช้ความจำคำในการอ่านมากกว่าการสะกด ไอคิวหนุ่มน้อยก็ปกติแถมยังเป็นเด็กช่างจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์… อาการยังนี้เข้าข่ายกลุ่มอาการที่เรียกว่า Dyslexia หรือความบกพร่องทางการอ่าน

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าอาการ Dyslexia คนบ้านเราไม่ค่อยรู้หรือเข้าใจกันมากนัก ทั้งที่มันเป็นความผิดปกติของการรับรู้ในการอ่านของสมองที่คนทั้งโลกเป็นกันมากถึง 700 ล้านคน หรือใน 10 คนจะเป็น 1 คน นั่นเองค่ะ!!!

คนไทยบ้านเราเองก็มีหลายคนที่ประสบปัญหานี้ แต่เด็กที่เป็นส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็กลูกครึ่งหรือพวกที่มีเชื้อสายยุโรปคอร์เคเชี่ยน เพราะเจ้าความบกพร่องที่ว่าจะเป็นกันมากในกลุ่มคนขาวยุโรปเชื้อสายคอร์เคเชี่ยน ดังนั้น พ่อแม่ที่มีลูกน้อยเป็นลูกผสมยุโรปก็ต้องจับตามองเป็นพิเศษ และเด็กผู้ชายจะเป็นมากกว่าเด็กผู้หญิงถึง 4 เท่า!!!

ถ้าจะถามว่าอาการ Dyslexic นี่มันยังไง ก็ต้องเกริ่นอธิบายก่อนว่า อาการนี้มันไม่ใช่โรคมันรักษาไม่ได้ มันเป็นความบกพร่องของสมองที่ทำงานต่างจากคนทั่วไป และเป็นอาการที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ไม่มีทางหายแต่มีวิธีในการเรียนรู้ได้ปกติ ทำให้ดีขึ้น และใช้ชีวิตได้ตามปกติ

โบว์จะบอกเป็นข้อๆนะคะ ว่าอาการ Dyslexia เนี่ยมันสังเกตุได้อย่างไร ผู้ปกครองต้องทำอย่างไรบ้าง

วิธีสังเกตุ
1. หากเด็กเรียนอ่านเขียนแล้ว เด็กจะมีปัญหาในการสะกดคำ อ่านหนังสือไม่ออก หรือไม่เข้าใจ สะกดคำย้อนตัวอักษร สลับไปมา เช่น cookie ก็สะกดเป็น kiecoko หรือ teapot ก็เป็น otpeta (นี่คือสิ่งที่เขามองเห็นค่ะ) หรือบางครั้งก็ออกเสียงคำไม่ถูกต้อง
2. ไอคิวปกติและมีความคิดสร้างสรรค์มาก ชอบที่จะเรียนรู้โดยการใช้ภาพประกอบ ฟัง และลงมือปฏิบัติจริง
3. ขี้หงุดหงิด ไม่อยากไปโรงเรียน เพราะอายที่ทำงานไม่ทัน (ก็อ่านไม่ออก จะทำทันได้ไงคะ)
4. ลายมือมักโย้เย้ เขียนตัวเลข ตัวหนังสือกลับข้าง บ่อยๆ
5. ชอบเล่นสื่ออิเลคโทรนิค ไอแพด คอมพิวเตอร์มาก เพราะสื่อพวกนี้ตัวหนังสือน้อย ภาพเยอะค่ะ
6. ดูเหมือนขี้เกียจ ไม่กระตือรือร้น

 

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ
1. เมื่อเห็นอาการพวกนี้ ควรตั้งข้อสงสัยว่าลูกเราอาจเป็น Dyslexia จดบันทึก และเก็บสิ่งที่ลูกเขียนเอาไว้ เพื่อใช้ในการเป็นหลักฐานให้คุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญดู
2. พาพบหมอเด็กทันที
3. ใจเย็น เห็นใจ และทำความเข้าใจเขาให้มาก เด็กเหล่านี้ต้องการกำลังใจมากค่ะ คิดดูสิคะไปโรงเรียนก็ทำงานช้ากว่าใครเขา ครูก็ว่า อ่านก็ไม่ออก เขาน่าสงสารมากนะคะ
4. ใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นภาพประกอบ อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยเขาให้เรียนรู้ ตามทันเพื่อน
5. อธิบายให้ครู ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าใจ ว่าลูกเราเป็น Dyslexia ไม่ใช่ไอ้เด็กโง่ หรือขี้เกียจ และให้เขาช่วยเราในการส่งเสริมลูกเราในการเรียนรู้
6. เขียนคำสั้นๆ ใต้ภาพ ที่ใช้ในการเรียนของเขาเพื่อให้เขาจำได้ง่ายขึ้น
7. ใช้กีฬา ดนตรี ศิลปะ ในการผ่อนคลายและอาจจะป็นหนทางในการค้นหาความสามารถทางศิลปะหรือด้านอื่นๆ ของเขา

สุดท้ายสำคัญที่สุ้ดดดด….

อย่าเครียดนะคะผู้ปกครอง ค่อยเป็นค่อยไป คนดังๆที่เป็น Dyslexia มีเยอะไป อย่างน้อยก็พี่ทอม ครูส (ซึ่งเป็นทั้งบ้านค่ะ) นักวิทยาศาสตร์อย่าง โทมัส เอลวา เอดิสัน นักประดิษฐ์หลอดไฟนั่นไงคะ