อนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม: มุ่งมั่นการสอนให้เด็ก “รักที่จะเรียนรู้”

Last updated: 2020-01-30  | 

คำถามที่พ่อแม่หลายคนกำลังหาคำตอบคือ
“เลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูกอย่างไร ถึงจะตอบโจทย์การเรียนรู้เด็กเจนอัลฟ่า ในศตวรรษที่ 21”

ก่อนอื่นพ่อแม่ต้องทำความเข้าใจถึงธรรมชาติของเด็กเจนเนอเรชั่นอัลฟ่า (Gen Alpha) หรือเด็กที่เกิดตั้งแต่ปี 2010 หรือ 2553 เป็นต้นไป พวกเขาเป็นเด็กที่เติบโตมาในสังคมที่ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ลักษณะตามธรรมชาติของพวกเขาจึงแตกต่างจากเจนเบบี้บูมเมอร์ เจน Y และเจน X อย่างมาก แม้ว่าข้อดีของเทคโนโลยีจะมีมากแต่ส่วนที่น่าเป็นห่วงก็มีอยู่ไม่น้อย ถ้าหากเด็กไม่ได้รับการแนะนำหรือสร้างพื้นฐานที่ดี อาจส่งผลถึงพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง เช่น เด็กขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ขาดความยืดหยุ่น ไม่รู้จักการรอคอย ไม่มีความอดทน ไม่ให้เกียรติคนอื่น ไม่กล้ารับความผิดหวัง ความผิดหวังเป็นเรื่องที่ร้ายแรง เพราะฉะนั้นสิ่งที่พ่อแม่ต้องทำคือการเตรียมสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับเด็ก เริ่มจากภายในบ้าน ทั้งการเป็นตัวอย่างที่ดีให้ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่อารมณ์ร้อน ให้อิสระลูกในการคิด เชื่อมั่นในสิ่งที่เขาตัดสินใจ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือกโรงเรียนให้กับลูก เพราะโรงเรียนนั้นเปรียบเหมือนบ้านหลังที่สองของเด็ก

สำหรับมัมสเตอร์แล้วการเลือกโรงเรียนอนุบาลให้กับลูก พ่อแม่ต้องมองปัจจัยและองค์ประกอบหลายอย่างด้วยกัน หากพ่อแม่ท่านไหนยังไม่รู้แนวทางในการเลือกโรงเรียนอนุบาล สามารถดู #ฮาวทู การเลือกโรงเรียนอนุบาลจากมัมสเตอร์ไว้เป็นแนวทางได้นะคะ 

ปัจจุบันทางเลือกของโรงเรียนอนุบาลมีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งสุดท้ายแล้วพ่อแม่ก็จะต้องเลือกโรงเรียนที่ดีที่สุดให้กับลูก เพราะช่วงวัยนี้เป็นวัยทองการเรียนรู้ของเด็ก สมองของเด็กในช่วงนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว ถ้าเด็กได้รับแรงขับเคลื่อนที่ดี มีการส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน มีโอกาสได้แสดงศักยภาพความสามารถ รวมถึงสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้และการแสดงความคิดสร้างสรรค์ ให้เด็กได้เรียนไปพร้อมกับการเล่นเพื่อให้สมองได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับแนวคิดหลักสูตรของ โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม เปิดการสอนครั้งแรกในปี พ.ศ. 2522 จากโรงเรียนเล็ก ๆ มีเพียง 3 ห้อง นักเรียน 17 คน ปัจจุบันมีนักเรียน 1,000 กว่าคน คุณครูผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน เรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลที่มีครูผู้ชำนาญการ มีประสบการณ์การสอนมากที่สุดแห่งอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้

“คุณครูมีประสบการณ์การสอนเด็กเล็ก จำเป็นอย่างไร”

วัยอนุบาลเป็นช่วงวัยที่ต้องการความพิถีพิถันในการดูแลเอาใจใส่มากที่สุดช่วงหนึ่ง เพราะเด็กวัยนี้จะเก็บเกี่ยวสิ่งต่าง ๆ จากโลกกว้าง นำมาสร้างเป็นพื้นฐานตัวตนของเขาในอนาคต ฉะนั้นเด็กจึงจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีโดยเฉพาะจากที่โรงเรียน และโรงเรียนอนุบาลที่ว่าดีจะต้องมีคุณครูที่มีทัศนคติที่ดีต่อการดูแลเด็ก และมีประสบการณ์ในการสอนเด็กเล็ก เพื่อให้เด็กได้รับการสอนจากคุณครูที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ซึ่งสอนในที่นี้ ไม่เพียงแค่การสอนให้เด็กเก่งวิชาการ แต่ต้องทำให้เด็กมีความคิดได้ คิดเป็น รวมไปถึงมีทักษะในการใช้ชีวิตด้วย เพื่อให้เด็กนำมาปรับต่อไปในอนาคต

คุณครูอนุบาลต้องมีความชำนาญในการดูแลและเข้าใจพฤติกรรมเด็กเล็ก คือหัวใจสำคัญของการดูแลเด็กที่โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม เพราะกว่า 40 ปีจนถึงปัจจุบันมีนักเรียน 1,000 กว่าคน คุณครูผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน แต่ละคนมีประสบการณ์การสอนตั้งแต่ 10 ปี 20 ปี 30 ปี ไปจนถึง 40 ปีก็มี เรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลที่มีครูผู้ชำนาญการ มีประสบการณ์การสอนมากที่สุดแห่งอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ การที่โรงเรียนอนุบาลมีคุณครูที่มากประสบการณ์ด้านการสอนอยู่เกือบครึ่งของคุณครูทั้งหมดในโรงเรียน เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าระบบของโรงเรียนใส่ใจในการดูแลตั้งแต่บุคลากร ทำให้บุคลากรรู้สึกถึงความเชื่อมั่นที่จะอยู่สร้างอนาคตที่โรงเรียนแห่งนี้ จุดนี้สะท้อนให้เราเห็นว่าการที่โรงเรียนใส่ใจในคุณครูเป็นอย่างดี นั่นก็เพื่อให้คุณครูใส่ใจในตัวเด็กนักเรียนอย่างดีด้วยเช่นกัน


“โลกเปลี่ยนเร็ว การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ต้องเป็นอย่างไร”

ในยุคที่การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน ฉะนั้นวิธีการเรียนการสอนรูปแบบเดิมอาจใช้กับเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้ หลักสูตรการสอนต้องปรับให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็กเจลอัลฟ่า รูปแบบการเรียน การสอนต้องมีความสนุกสนาน และต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความคิดเห็น สุดท้ายเนื้อหาอาจไม่สำคัญอีกต่อไป คำว่ารักที่จะเรียน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นเด็กเนิร์ด ตั้งใจเรียนทุกวิชา ท่องตำราหามรุ่งหามค่ำ แต่การเรียนคือหนทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จแต่ละรูปแบบของแต่ละคน ซึ่งการเรียนที่ดีจะต้องเป็นการเรียนที่ผู้เรียนสนุกและมีความสุขด้วย


“ความสมดุลระหว่างการเรียนกับการเล่น”

การเรียนคือหนทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จแต่ละรูปแบบของแต่ละคน ไม่มีใครรู้ทุกเรื่องมาตั้งแต่เกิด ทุกคนจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ การเรียนจึงหมายถึงการทำให้ได้รู้ในสิ่งที่ไม่รู้ แต่การเรียนที่ดีจะต้องเป็นการเรียนที่ผู้เรียนสนุกและมีความสุขด้วย ซึ่งความสุขเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งบรรยากาศในห้องเรียน รูปแบบการสอนของคุณครู เนื้อหาการสอนต้องใหม่ เครื่องมือต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเด็กด้วย แต่การเรียนที่มีประสิทธิภาพคือการเรียนไปพร้อมกับการเล่น อนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม จึงได้ออกแบบหลักสูตรและกิจกรรม เพื่อการเรียนรู้ของเด็กในศตวรรษที่ 21 ทำให้ประสิทธิผลในการพัฒนาความพร้อมทั้ง 4 ด้าน ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์  สังคม นั้นสมบูรณ์มากที่สุด

“หลักสูตรการสอนเด็กอนุบาล ที่เด่นหล้า เพชรเกษม ตรงจุดและโดดเด่นกว่าที่อื่น”

หลักสูตรการสอนของที่นี่ยังเป็นหลักสูตรที่มีการพัฒนาอยู่ตลอด เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ของเด็กในแต่ละยุค และออกแบบกิจกรรมโดยคำนึงถึงความถนัดทางปัญญา จากการสแกนลายนิ้วมือ วิเคราะห์ความถนัด จุดเด่น เพื่อส่งเสริมกิจกรรมให้สอดคล้องกับตัวตนของเด็ก รวมไปถึงการจัดการเรียนการสอนที่ยึดเด็กเป็นสำคัญ โดยดูจากความพร้อมและพัฒนาการของเด็กว่าเหมาะสมกับกิจกรรมมากน้อยแค่ไหน

ครูทิม ครูผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเล็กที่โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม กล่าวว่า “เด็กแต่ละช่วงวัยมีพัฒนาการที่ต่างกัน การดูแลทุกอย่างก็จะแตกต่างกันไป เทคนิคการสอนเด็กที่มีพัฒนาการแตกต่างกันให้เรียนรู้ไปพร้อมกันได้ คือต้องทำให้เขาเชื่อมโยงกันผ่านกิจกรรม เช่นการนำเพลงเข้ามามีบทบาทในการสอน ถ้าให้เขาทำอะไรที่เขาชอบเขาก็จะสนุกและอยากที่จะเรียนรู้”



จะเห็นได้ว่าการเรียนการสอนที่อนุบาลเด่นหล้ายึดความสุขของเด็กเป็นหลัก เด็กที่นี่จึงดูยิ้มแย้มแจ่มใส
สรุปแล้วก็คือ การเรียนรู้ในห้องเรียนต้องไม่เพียงแค่การสอนตามตำราของคุณครูเท่านั้น แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ให้เป็นการทำกิจกรรมเพื่อเด็กจะได้มีส่วนร่วมมากขึ้นและได้ลงมือปฏิบัติจริง

“อนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษมให้ความสำคัญเรื่องพัฒนาการช่วง 6 ปีแรก”

การสร้างประสบการณ์ที่ดีในช่วง 6 ปีแรก เป็นเรื่องที่อนุบาลเด่นหล้าให้ความสำคัญมาก เพราะถ้าเด็กมีพื้นฐานที่ดีตั้งแต่ตอนนี้ เขาจะเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ อนุบาลเด่นหล้าจึงมุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการ 4 ด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดทักษะอื่น ๆ จึงเป็นที่มาของการจัดตารางเวลาเรียนต่อสัปดาห์โดยคำนึงถึงความสมดุลในการพัฒนาทักษะให้ครบทั้ง 4 ด้าน

ยกตัวอย่างห้องเรียนศิลปะที่เด่นหล้าของครูปุ๋ย 

“ศิลปะสำหรับครูแล้ว ไม่ใช่แค่วิชาที่ต้องถูกบรรจุลงในชั่วโมงเรียนเท่านั้น แต่ศิลปะคือส่วนหนึ่งของพื้นฐานการสร้างศักยภาพที่ดีให้กับเด็ก หากลองสังเกตจะเห็นศิลปะสอดแทรกอยู่ในทุกวิชาเรียน เช่น วิชาคณิตศาสตร์ที่ให้หาพื้นที่ของรูปทรง เด็กก็จำเป็นต้องวาดรูปทรงเป็น”


“มีการเตรียมความพร้อมให้เด็กเพื่อเข้าสู่ชั้นประถม”

การที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้โรงเรียนช่วยสร้างพื้นฐานที่สำคัญ อย่างการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การมีทักษะพื้นฐาน อ่านออกเขียนได้ เพื่อพร้อมสำหรับการเข้าชั้นประถมศึกษา ซึ่งโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้ามีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาเรียนที่โรงเรียน จะเห็นว่าครูชั้นอนุบาล 3 อายุโดยเฉลี่ยของครูจะค่อนข้างมากกว่าระดับชั้นอื่น เพราะเด็กวัยนี้ต้องเน้นทักษะในหลายด้าน โดยเฉพาะทางด้านวิชาการ วิชาการในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเด็กที่มาเรียนเด่นหล้าจะต้องนั่งเรียนแบบจริงจังเกินไป แต่ด้วยบริบทของเด็กส่วนใหญ่ถูกส่งไปโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ภารกิจหลักของคุณครูชั้นอนุบาล 3 ที่อนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม ก็คือต้องเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน เพื่อจะประสบความสำเร็จในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

ครูตุ่น วันทนา มูลทองน้อย หัวหน้าสายอนุบาล 3 ที่มีประสบการณ์มากว่า 25 ปี ขยายความว่า
             “ความพร้อมของนักเรียนสำหรับครูแล้ว ถ้าให้คำนิยามนักเรียนของเราที่กำลังจะจบอนุบาล 3 ก็คือ ความพร้อมของนักเรียนที่จะก้าวไปสู่ระดับชั้นประถมได้อย่างดีเยี่ยมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมด้านวิชาการ ความพร้อมด้านทักษะชีวิต และความเป็นอัตลักษณ์ตัวตน เฉพาะของนักเรียนอนุบาลเด่นหล้า ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน"

ด้านวิชาการ  เนื่องจากนักเรียนอนุบาล 3 จำนวน  80-90 % ที่จบจากเรา ต้องไปสู่ระบบโรงเรียนประถมชั้นนำที่ต้องมีทักษะภาษาที่ดีมาแล้วในระดับหนึ่ง ซึ่งตรงนี้เด็กนักเรียนเราได้รับการปูพื้นฐานมาเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลา 3 - 4 ปี การเรียนชั้นอนุบาล 3 เพียงแต่มาเติมเต็มให้เหมาะสมกับบริบทโรงเรียนที่ลูกศิษย์แต่ละคนจะต้องไปเรียน เรารู้ว่าเมื่อเข้าไปแล้วเด็กต้องจดงานเป็น ต้องรับผิดชอบการบ้านได้ อ่านเนื้อหาที่เป็นเล่มตำราได้ โรงเรียนจะปลูกฝังคุณลักษณะเหล่านี้ให้เกิดกับเด็กของเรา โดยนำหลักสูตรโรงเรียนประถมชั้นมาผนวกกับหลักสูตรปฐมวัย สร้างเป็นหลักสูตรเฉพาะของอนุบาลเด่นหล้า เป็นการเชื่อมต่อที่ลงตัว ก่อให้เกิดเป็นความพร้อมเพื่อการต่อยอดความรู้ได้ทันทีของนักเรียนที่จบจากเราไป ไม่เป็นภาระให้กับครูและผู้ปกครอง และที่สำคัญคือระหว่างเรียนนั้น เด็ก ๆ ไม่มีความเครียดใด ๆ เลยตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ เพราะครูเรามีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ที่นำมาจัดรูปแบบการเรียนการสอนให้เข้ากับเด็กแต่ละรุ่น



ทักษะชีวิต มีความสำคัญมากในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่วัยประถม การฝึกให้เด็กมีความเป็นผู้นำ กล้าแสดงออก  รู้จักช่วยเหลือตัวเอง  แต่งตัวได้ ผูกเชือกรองเท้าเป็น  รู้จักปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้  ตื่นเช้า กลับบ้านรับผิดชอบทำการบ้านเอง มีความรับผิดชอบนำงานที่ครูมอบหมายไปทำได้สำเร็จ ล้วนเป็นสิ่งที่เด็กต้องไปประสบพบเจอทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้เด็กอนุบาลเด่นหล้าได้รับการซึมซับปลูกฝังให้มีมาอย่างสม่ำเสมอ ครูก็จะมีกิจกรรมส่งเสริมที่หลากหลาย เช่น การให้เด็กได้ฝึกการนำเสนอผลงานผ่านโครงงานที่เรียนรู้หน้าชั้นเรียน จนกระทั่งการฝึกเป็นพิธีกรในงานกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนที่มีอยู่ตลอด

อัตลักษณ์ ที่เป็นเครื่องหมายการันตีความพร้อม ยืนยันความเป็นตัวตนของนักเรียนเด่นหล้าเราก็ คือ “Smart Skills” เด็กเด่นหล้าถูกหลอมรวมให้มีพื้นฐาน ระบบความคิดที่ดี  วิเคราะห์เป็น  แยกแยะสิ่งต่าง ๆ ได้ เลือกที่จะทำหรือไม่ทำอะไรอย่างมีเหตุมีผล มีความยืดหยุ่นในตนเอง สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและให้คุณค่าแก่ตัวเองอยู่เสมอ สำคัญที่สุดคือต้องมีพื้นฐานด้านคุณธรรมที่ดี นับว่าเป็นเรื่องท้าทายครูเป็นอย่างมาก เพราะเด็กมาจากครอบครัวที่หลากหลาย แต่ละครอบครัวมีวิธีการเลี้ยงดูที่ต่างกัน ทำอย่างไรที่จะทำให้เด็กที่มาเรียนกับเราเป็นไปในแบบที่คาดหวัง แน่นอนหนึ่งในวิธีการนั้นก็คือการสื่อสารทำความเข้าใจกับครอบครัว ดึงผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมของโรงเรียนทุกครั้งที่มีโอกาส ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ปกครองได้ตระหนักรับรู้และร่วมพัฒนาลูกไปพร้อมกับครูและโรงเรียนนั่นเอง ฉะนั้นภารกิจนี้จึงเป็นหน้าที่หลักของครูทุกคน ทุกระดับในเด่นหล้า เด็กจะดีและประสบความสำเร็จได้ ต้นแบบต้องดี  สิ่งแวดล้อมต้องเอื้อ ครอบครัวต้องสนับสนุน  “Smart Skills”  จึงได้มีขึ้นกับเด็กทุกคนของเด่นหล้า ซึ่งครูเชื่อมั่นว่า “โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า” มีครบทุกองค์ประกอบสำคัญ   

 

หัวใจสำคัญของอนุบาลเด่นหล้าไม่เพียงแค่มอบความรู้ ให้กับเด็กตามที่พ่อแม่ตั้งความหวังเพียงเท่านั้น โรงเรียนยังให้ความสำคัญกับความสุขของเด็กและบทบาทของผู้ปกครอง เพื่อให้ทั้งสองได้เรียนรู้ เติบโตไปด้วยกันอย่างเข้าใจ ตลอดจนการเรียนการสอนที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับความถนัดของเด็ก ถือเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนอนุบาลที่มีส่วนสำคัญในการสร้างสังคมคุณภาพในอนาคต

สุดท้าย…ถ้ามาเรียนที่เด่นหล้า เรียนต่อที่อื่นได้สบาย