กลิ่นของความรัก

Last updated: 2019-06-23  | 

กลิ่นของความรัก
บรรยากาศในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ เดือนแห่งความรัก ซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นของความรัก ดอกกุหลาบและคนที่รักกัน บทความฉบับนี้เป็นเรื่องของกลิ่นหอม ทารกและเด็กเล็กใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมได้หรือไม่ และจะเลือกผลิตภัณฑ์อย่างไรให้ปลอดภัยต่อผิวลูก

กลิ่นสำคัญกับลูกน้อยอย่างไร
ทารกและเด็กเล็กจะเรียนรู้ได้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ซึ่งเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ของเด็ก ผ่านทางการมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การรับรู้กลิ่น การรับรส พัฒนาการเรื่องการรับรู้กลิ่นเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์คุณแม่ สิ่งที่คุณแม่ทานจะส่งไปยังทารกในครรภ์ ทารกสามารถแยกแยะความแตกต่างของกลิ่นได้ หลังคลอดทารกจะคุ้นเคยกับกลิ่นตัวของคุณแม่ กลิ่นนม ในทารกแต่ละคนมีการตอบสนองต่อกลิ่นต่างกัน พบว่าทารกจะชอบกลิ่นหอมหวานและจะไม่ชอบกลิ่นเหม็นฉุน หากได้กลิ่นที่ไม่ชอบ ทารกอาจแสดงออกด้วยการร้องไห้ ทารกที่ร้องไห้โยเยเมื่อได้กลิ่นที่คุ้นเคย เช่น กลิ่นคุณแม่ ทารกจะรู้สึกปลอดภัยและอารมณ์ดี ประสาทการรับรู้กลิ่นของทารกพัฒนามาก่อนเรื่องการมองเห็น เมื่อโตขึ้นพัฒนาการด้านอื่นจะเพิ่มขึ้น และประสาทสัมผัสด้านการรับรู้กลิ่นจะถูกใช้น้อยลง เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ ทารกมีความสามารถในการรับรู้เรื่องกลิ่นได้ดีกว่า

ความสำคัญของกลิ่น ต่อพัฒนาการของลูก
การได้สัมผัสกับธรรมชาติ แสงแดดอ่อนๆ ใบไม้ กลิ่นหญ้า กลิ่นของดอกไม้ เหล่านี้จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสด้านการดมกลิ่นของลูก ส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ ทำให้ลูกได้ผ่อนคลาย เป็นเด็กที่อ่อนโยน ส่งผลกระตุ้นให้ลูกอยากที่จะเรียนรู้ กลิ่นหอมอ่อนจะช่วยให้ลูกน้อยสบายตัว นอนหลับได้นานขึ้น นอกจากนี้กลิ่นยังช่วยเรื่องอโรมาเธอราปีได้ด้วย 

ประโยชน์ของกลิ่น
เรารับรู้กลิ่นได้โดยจมูก กลิ่นหอมของอาหารช่วยทำให้เจริญอาหารและรับประทานอาหารได้ในปริมาณมากขึ้น กลิ่นหอมจากสมุนไพรไทยได้ถูกนำมาเป็นส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยและการนวดสมุนไพร เพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย บรรเทาอาการเครียด การนวดตัว อโรมาเธอราปี เพื่อลดอาการปวดเมื่อย ช่วยผ่อนคลาย และช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ช่วยผ่อนคลายในเด็กที่มีปัญหานอนหลับยาก รวมถึงใช้บำรุงผิวในช่วงหน้าหนาว โดยแต่ละกลิ่นอาจให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป  ขึ้นกับประสบการณ์ชีวิตที่ได้รับกลิ่น เช่น คุณแม่ตั้งครรภ์อาจเคยชอบกลิ่นหอมของดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์ แต่หลังตั้งครรภ์อาจรู้สึกคลื่นไส้เมื่อได้กลิ่นดอกไม้หอม รวมถึงกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นตัว กลิ่นเท้า กลิ่นควันบุหรี่ 


กลิ่นช่วยบอกโรค
สุนัขมีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นไวกว่ามนุษย์ มีงานวิจัยที่ฝึกสุนัขสายพันธุ์ที่มีประสาทในการดมกลิ่นที่ดี เช่น พันธุ์เยอรมันเชฟเฟิร์ดในการดมกลิ่นค้นหาผู้ป่วยโรคมะเร็ง มะเร็งเต้านม คนไข้เบาหวาน การดมกลิ่นปัสสาวะเพื่อช่วยหามะเร็งปัสสาวะ และหากไปตามสนามบินบางครั้งเราอาจจะพบน้องหมาพันธุ์บีเกิ้ลคอยช่วยคุณตำรวจดมหาสารเสพติด 

เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมให้ลูกอย่างไร ไม่ให้เกิดอาการแพ้
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของลูกเป็นอีกสิ่งที่สำคัญ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสารจากธรรมชาติ ผ่านการทดสอบว่าปลอดภัยสำหรับผิวเด็กและทารก ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีหรือสารกันเสียที่อาจจะเป็นอันตรายต่อผิวลูกน้อย การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจกังวลเรื่องการแพ้ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีสารแต่งกลิ่นที่ใส่ความเข้มข้นสูงมีโอกาสแพ้จะมากกว่าที่ความเข้มน้อยๆ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เช่น ครีมหรือโลชั่นซึ่งทาไปบนผิวหนังและไม่ต้องล้างออก จะมีความเสี่ยงในการแพ้ได้มากกว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่ล้างออก เช่น ครีมอาบน้ำ 

การเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยต่อผิวของลูก ควรเลือกที่มีกลิ่นเบาบาง สารแต่งกลิ่นทำจากสารที่สกัดจากธรรมชาติ ไม่แนะนำสารที่มีกลิ่นฉุนหรือสารเคมี การทดสอบว่าแพ้หรือไม่ หากเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แนะนำให้ลองใช้ในโดยลองใช้ในบริเวณแขนก่อน หากไม่แพ้สามารถทาบริเวณลำตัว แขนขาได้ และหากเป็นสบู่หรือครีมอาบน้ำซึ่งต้องล้างออก บางครั้งอาการแพ้ ผื่นแดง หรือคัน อาจไม่เกิดในวันแรก ทั้งนี้ไม่แนะนำให้เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆหลายชนิดพร้อมๆกัน เนื่องจากหากแพ้อาจไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกิดจากผลิตภัณฑ์ใด 

สำหรับในเด็กที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือผู้ที่มีประวัติแพ้ละอองเกสรดอกไม้ แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมจะปลอดภัยกว่า หากไม่แน่ใจแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง