สร้างสมดุล.. บทบาทแม่และเมีย

Last updated: 2019-06-23  | 

การทำหน้าที่แม่ และเมียไปพร้อมกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งในสมัยนี้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจผลักดันให้ผู้หญิงต้องแบกรับอีกหน้าที่หนึ่ง นั่นคือ ทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของสามี

การจัดสรรเวลา ให้ความสำคัญกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งน้อย หรือมากเกินไป มักเกิดปัญหาขึ้นเสมอ แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้หญิงอย่างเราสามารถสร้างจุดสมดุล ประคับประคองครอบครัวให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น ลองทำตามข้อเสนอแนะนี้กัน

เลือกคู่สมรสที่เข้าใจ  เพราะ “ ความรักไม่ใช่แค่การมองตากันแต่เป็นการมองไปในทิศทางเดียวกัน” ดังนั้นก่อนแต่งงานผู้หญิงควรศึกษาลักษณะนิสัยใจคอฝ่ายชายให้ดี ว่าเป็นคนเช่นไร มีพื้นฐานชีวิตทั้งด้านการเลี้ยงดูจากครอบครัว และการศึกษาอย่างไร หากเลือกคนที่มีพื้นฐานใกล้เคียงกัน หลังแต่งงานแล้วจะไม่ทำให้เกิดปัญหายุ่งยากในเรื่องของการปรับตัว ที่สำคัญการเลือกสามีที่มีจิตใจดี เป็นคนดีปัญหาชีวิตคู่ที่จะตามมาย่อมมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นน้อยกว่าเลือกแต่งงานจากปัจจัยภายนอก 

การแต่งงานเปรียบได้กับการเริ่มลงหลักปักฐานเริ่มสร้างครอบครัว หากเลือกคนดีคนที่ไปกับเราได้ดีมาเป็นคู่ชีวิตจึงนับว่าเป็น “การเริ่มต้นที่ดี”ซึ่งจะส่งผลอย่างมากในการปรึกษาหารือในเรื่องต่างๆในอนาคต 


รู้จักดูแลตัวเองให้มีความสุข หลังจากแต่งงานมีลูกแล้วผู้หญิงที่รับบทบาททั้งแม่และเมียนั้นมักจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่มีไปที่ลูกและสามี จนลืมที่จะดูแลตัวเองเพราะคิดแต่เพียงว่าต้องการจะทำหน้าที่ทั้งสองบทบาทของตนเองให้สมบูรณ์ที่สุด โดยแอบหวังไว้ในใจว่าสามีจะเข้าใจและมองเห็นความดีในสิ่งที่ตนเองทำ ความสุขของผู้หญิงมักขึ้นอยู่กับลูกและสามี 

แต่ผลที่ได้รับจากการทุ่มเทสุดชีวิตนั้นมักจะตรงกันข้ามเพราะ สามีมองเห็นความดีที่ภรรยาทำจริง แต่ในขณะเดียวกันเขายังมองเห็นความบกพร่องอีกด้านที่ภรรยามองไม่เห็น นั่นคือ  ความสดชื่นแจ่มใสของภรรยาหายไป เลิกงานกลับมาถึงบ้านเขาจะได้พบแต่กับผู้หญิงที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ท่าทางเหน็ดเหนื่อย  สีหน้าแววตาไม่น่าดู จุกจิกจู้จี้ หงุดหงิดในเรื่องไม่เป็นเรื่อง หนักเข้าเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย จนต้องออกไปแสวงหาความสุขนอกบ้าน ปัญหาครอบครัวจึงเกิดตามมา ดังนั้น ผู้หญิงที่เป็นทั้งแม่และภรรยานั้นจึงควรที่จะดูแลตัวเองให้ดี 

การดูแลตัวเองในที่นี้ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องอาหารการกิน หรือการแต่งตัวแต่งหน้าให้ดูดีเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดของการดูแลตัวเองสำหรับผู้หญิงก็คือ การดูแล “ จิตใจ” ทำอย่างไรให้จิตใจได้สงบสุข มีมุมสงบของตัวเอง รู้จักปลีกเวลามาทำในสิ่งที่ชอบ พบปะพูดคุยเพื่อนฝูงเก่าๆ บ้าง 

สำคัญที่สุดก็คือมีทักษะในการ” สื่อสาร” กับสามี ลูก และญาติพี่น้องข้างสามี ถึงความรู้สึกและความต้องการของตนเอง ไม่ควร “ เก็บกด” อารมณ์ความรู้สึกเอาไว้จนบานปลายกลายเป็นโรคซึมเศร้า หลังคลอดบุตรผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย บางคนมีโรคซึมเศร้าตามมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้น ร่างกายหลังการคลอดบุตรจึงมีจุดอ่อน ความเครียดจากการเก็บกดเรื่องราวต่างๆ เอาไว้ในใจจะทำให้แสดงอาการของโรคออกมาได้ ผู้หญิงจึงควรที่จะกล้าเรียกร้องสิทธิของตัวเอง เรียนรู้วิธีที่จะปฏิเสธอย่างนุ่มนวลเมื่อไม่ต้องการจะทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ ต้องรักษาสุขภาพจิตที่ดีเอาไว้ จิตใจและการแสดงออกต้องสอดคล้องกับความต้องการ 

รักษาความสัมพันธ์ทางเพศกับสามี “ความสุขทางเพศ” ถือเป็นเรื่องสำคัญ  ผู้หญิงบางคนเอาลูกมาเลี้ยงในห้องนอน หลังคลอดใหม่ๆ เมื่อลูกยังเล็กมากก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อลูกโตขึ้นควรแยกห้องนอน ตกแต่งห้องนอนของลูกให้น่ารักน่าอยู่ ให้เขาแยกห้องตั้งแต่ขวบปีแรกโดยมีผู้ใหญ่นอนเป็นเพื่อน หรือคุณแม่ คุณพ่ออาจจะนอนเป็นเพื่อนจนกว่าลูกจะหลับไปแล้วจึงกลับมานอนห้องตัวเอง  เรื่องเพศสัมพันธ์นี้สามีและภรรยาควรเปิดอกคุยกันอย่างเปิดเผย คนเป็นภรรยาควรรู้จักที่จะพัฒนาปรับปรุงในจุดนี้ เพื่อไม่ให้สามีรู้สึกขาดจนต้องออกไปหาความสุขนอกบ้านให้เกิดปัญหาตามมา

การเลี้ยงดูลูก ควรเปิดโอกาสให้สามีมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูกบ้าง ให้เขามีส่วนร่วมตั้งแต่ตั้งครรภ์ วางแผนร่วมกันว่าจะให้สามีช่วยตรงจุดไหนบ้าง ต้องสื่อสารกันด้วยความรักความเข้าใจ  บางคนเลี้ยงลูกยุ่งเรื่องลูกจนหน้าตาทรุดโทรม สามีเกิดความเบื่อหน่าย หลายคนทุ่มเทเลี้ยงลูกอย่างเดียว ไม่สนใจเรื่องอื่นจนทำให้ชีวิตเสียสมดุล ควรมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันได้ทั้งครอบครัว

หน้าตาที่ยิ้มแย้ม แววตาที่แจ่มใส จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีสุขภาพจิตใจที่ดี ดังนั้นผู้หญิงที่ต้องรับบทหนักคือบทบาทของการเป็นทั้ง “ ภรรยา” และ “ มารดา” ในขณะเดียวกัน ควรเริ่มต้นที่การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตัวเองให้ดีก่อนที่จะไปรับบทบาทอื่นใดนอกเหนือไปจากนี้