ทำตัวเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่(คนรัก)…  ทำอย่างไร?

Last updated: 2019-06-23  | 

ความรัก อาจขึ้นอยู่กับคุณสองคนในการประคองให้คงอยู่ตลอดไป หากแต่การครองเรือนแล้ว มีความซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะการครองเรือนไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสองคนเพียงเท่านั้น พ่อแม่ ญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายต่างก็มีส่วนสำคัญอย่างมากเช่นกัน การครองเรือนจึงอยู่ที่ว่าคุณมีศิลปะในการบริหารสายสัมพันธ์ที่โยงใยระหว่างครอบครัวของคุณ กับครอบครัวเดิมของทั้งสองฝ่ายอย่างไร

คำแนะนำด้านล่าง เป็นเคล็ดลับดีๆ ในการสานสายสัมพันธ์กับพ่อแม่ของเขา (หรือเธอ)

1. ดูแลเขาของคุณให้ดี เพราะไม่มีอะไรที่สร้างความพอใจให้กับพ่อแม่ได้มากเท่ากับการได้รู้ว่าลูกของท่านได้รับความรัก และการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากลูกสะใภ้

2. ต่อหน้าพ่อแม่ต้องทำตัวให้ดูปะหนึ่งว่าคุณทั้งคู่ปรองดองกันดีในทุกเรื่อง ผู้หญิงฉลาดจะต้องไม่ทำกระฟัดกระเฟียด หรือทำเก่งต่อล้อต่อเถียงสามีต่อหน้าพ่อแม่ของเขา เพราะความขัดแย้งของคุณสองคนย่อมสร้างความไม่สบายใจให้กับพ่อแม่ (ไม่ว่าจะของฝ่ายไหนก็ตาม) อย่างแน่นอน และโดยส่วนใหญ่แล้ว พ่อแม่ของสามี ไม่ว่าจะยุติธรรมเที่ยงตรงขนาดไหน ย่อมรักและห่วงลูกตัวเอง ไม่ว่าลูกจะผิดหรือถูก ก็ให้อภัยได้เสมอ ซึ่งนั่นหมายถึงความคาดหวังให้คุณรู้สึก และคิดเช่นเดียวกับท่าน 

การทำตัวข่มสามีต่อหน้าพ่อแม่ของเขา อาจสร้างปมในใจให้พ่อแม่ของเขาเกิดความไม่พอใจขึ้นได้ ยิ่งถ้าปมนี้ถูกสะสมทับถมเป็นปมใหญ่ อาจนำพาชีวิตคู่ของคุณไปถึงจุดอันตรายกลายเป็นเหตุให้ต้องหย่าร้างในอนาคตได้ ฉะนั้น หากมีเรื่องขัดแย้ง คุณควรเก็บไว้พูดคุยกันสองคนดีกว่า แต่ถ้ามีความจำเป็นจะต้องเถียงกันต่อหน้าพ่อแม่ (ไม่ว่าของฝ่ายใดก็ตาม) พยายามพูดด้วยเหตุผลให้มากที่สุด 

3. ชิงเป็นฝ่ายเข้าหาท่านก่อน หมั่นส่งเสียงเจื้อยแจ้วไปทักทายพ่อแม่สามีบ้าง หรือบางทีก็ให้หาซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปให้ท่านบ้าง อย่าปล่อยให้ท่านเป็นฝ่ายติดต่อกลับมาหาคุณแทน จะดูไม่ดีไป ที่สำคัญเวลาโทรไปทักทายท่าน ให้เอ่ยปากชวนแวะเวียนมาเที่ยวบ้านของคุณสองคนบ้าง อย่างน้อยถ้าคุณเป็นคนเอ่ยปากก่อน จะได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจต้อนรับพ่อแม่ของสามีได้อย่างไม่ขัดไม่เขิน

4. ให้คุณปู่คุณย่าได้มีส่วนออกความเห็นเกี่ยวกับการเลี้ยงดูหลานๆ บ้าง  โดยคุณอาจขอความเห็นเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกกับพ่อแม่ของเขาบ้าง ไม่ต้องกังวลว่าความเห็นของท่านจะขัดแย้งกับคุณแล้วลำบากใจจะปฏิเสธ เรื่องไหนไม่เห็นด้วย ก็ทำเฉยๆ ไป เรื่องไหนเห็นด้วยก็ทำตาม เมื่อเห็นผลสำเร็จแล้ว ก็รีบโทรไปรายงาน แค่นี้! ท่านก็ปลื้มใจแล้ว เพราะเอาเข้าจริงๆ ท่านก็แค่อยากมีส่วนร่วมในการดูแลหลานบ้างเท่านั้นล่ะ

5. ถ้าคุณ กับพ่อแม่ของเขาไม่ลงรอยกันได้เลย อยู่นิ่งๆ เฉยๆ ดูจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ถ้าหากต้องมีการปฏิสัมพันธ์กันก็ให้เป็นไปอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ หลีกเลี่ยงการเป็นฝ่ายเริ่มต้น แต่ให้ตั้งรับจะดีกว่า และที่สำคัญจำให้ได้ว่า ถึงแม้คนที่คุณรัก และกำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยจะเป็นเขาของคุณ แต่เขาของคุณก็เป็นลูกชายที่พ่อแม่ของเขาเฝ้าทะนุถนอมมาแต่เล็กแต่น้อยด้วยความรัก เฉกเช่นเดียวกับที่คุณกำลังทะนุถนอมลูกตัวน้อยๆ ของคุณ ซึ่งสักวัน เขาจะเติบโตขึ้นเพื่อที่จะไปรัก และถูกรัก (โดย) ใครสักคนที่คุณเองก็ไม่รู้ว่าจะถูกชะตาด้วยหรือไม่ .. เช่นกัน..

เอาใจเขาใส่ใจเรา อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าใจเราจะเป็นอย่างไรกับการกระทำที่คิดจะทำ !!

ข้อพึงระวัง!
หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพ่อแม่ของเขาให้มากที่สุด ไม่ว่าคุณจะอัดอั้นใจแค่ไหนก็ตาม แทนการเผชิญหน้า หันกลับมาใช้สมองของคุณคิดพิจารณาหาเหตุผลของการกระทำที่ทำให้คุณรู้สึกอึดอัดใจ ใช้หัวใจของคุณแผ่ความเมตตา เพื่อให้ชีวิตของคุณเป็นสุข และเพื่อครอบครัวที่เป็นสุขของคุณ พยายามเข้ากันให้ได้กับพ่อแม่ของเขา แต่อย่าปล่อยให้พ่อแม่ของเขามามีอิทธิพลเหนือไลฟสไตล์ชีวิตคู่ของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเจ้าตัวน้อยแล้ว ใช้เหตุผลเป็นพื้นฐานนำร่องพาทุกชีวิตในครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข