บอกรักลูกผ่านITทำให้ใกล้ หรือไกลกันแน่ ???

Last updated: 2019-06-23  | 

ในยุคปัจจุบันที่ทุกก้าวย่างเป็นไปอย่างก้าวกระโดดเทคโนโลยีต่างๆ ได้ถูกคิดค้นขึ้น เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางร่างกายช่วยให้ผู้ใช้งานสะดวกสบายขึ้นซึ่งไม่เว้นแม้แต่พันธะทางจิตใจที่เทคโนโลยีช่วยส่งต่อความรู้สึก คิดถึง ห่วงใย รักใคร่ และอีกล้านความรู้สึกมากมาย ที่เชื่อว่าช่วยทำให้คนที่อยู่ไกลกันได้มาอยู่ใกล้กันเพียงแค่พลิกฝ่ามือ (แค่พลิกฝ่ามือ พูดเป็นหนังจีนกำลังภายในไปได้) เรื่องจริงคะไม่ใช่มีเฉพาะในหนัง ถ้าไม่เชื่อเวลาคุณพ่อคุณแม่เดินทางไปทำงานอาจจะไปโดยรถไฟฟ้า หรือรถเมล์ลองหันทางซ้ายแลทางขวาดูแล้วจะพบว่า คนรอบข้างแทบทั้งหมด ถ้าไม่ยืนพูดโทรศัพท์ก็ก้มหน้าก้มตากดๆๆจิ้มๆๆ โทรศัพท์หลากรุ่นที่ช่วยส่งข้อความ หรือเฟสทามช่วยให้เห็นหน้าผู้ที่กำลังสนทนาที่อยู่อีกที่หนึ่ง แต่กับคนที่เดินทางไปด้วยกันเดินออกจากบ้านมาพร้อมกันนั่งอยู่ใกล้กันแค่หันมาก็เจอ...กลับ...เงียบกริบ...ปล่อยพื้นที่ว่างให้กับเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่...เทคโนโลยีช่วยให้คนไกลคนละซีกโลกได้ใกล้กัน แต่คนที่อยู่ใกล้กันแค่ข้อศอกกั้นกลับถูกกันให้อยู่ไกล คุณพ่อคุณแม่กำลังใช้เทคโนโลยีเชื่อมครอบครัวเชื่อมสายใยกับลูกกันอยู่หรือเปล่า !!!

ถ้ายังไม่แน่ใจว่า “คุณ”เข้าข่ายหรือเปล่า และกำลังจะใช้เทคโนโลยีอย่างไรดี มาโหวตดูข้อดี และข้อเสียไว้ชั่งวัดหัวใจกันค่ะ


ข้อดีของการใช้เทคโนโลยี
1. สะดวก สบาย ง่าย ประหยัดทั้งเวลา และเงิน(ในการเดินทาง)
2. แค่ 1 วินาทีที่เหงาก็สามารถเห็นหน้าลูกที่คิดถึงผ่านเฟสทาม
3. ใช้เสียงบอกรักลูกให้มั่นใจว่าความรักและห่วงใยส่งมาให้ลูกทุกวัน
4. อีกล้านเหตุผลดีๆ ที่เทคโนโลยีมอบให้คุณและลูกได้จากหลายมุมมอง หลายข้อจำกัดของเหตุผล และความจำเป็นขอแต่ละคน (ก็ข้อดีเยอะจนเขียนไม่หมดนี่นะ)

ข้อเสียการใช้เทคโนโลยี
สามารถส่งเสียง และความรู้สึกผ่านสายเคเบิลไป แต่ไม่สามารถสัมผัสทางกายปล่อยให้อ้อมกอดคุยกันเหมือนเช่นที่บอกลูกทุกวันว่า กอดหนูแล้วพ่อกับแม่ชื่นใจ...ทำไมไม่มาหาและกอดหนูด้วยตัวเองล่ะ

ถ้าจะให้ชั่งน้ำหนักดูเหตุผล...ข้อเสียเพียงข้อเดียวก็เพียงพอมิใช่หรือ...ในเหตุผลที่เราควรใกล้กัน

โดยมองข้ามเทคโนโลยีไป และเปิดโอกาสให้อ้อมกอดทำให้ร่างกาย และหัวใจคุณกับลูกได้ใกล้กันอย่างแท้จริงดูบ้าง ณ บางเวลา...อย่าใช้เทคโนโลยีเป็นเหตุผลที่จะทำให้เราไกลกันเลยนะคะ

“บอกรักลูกผ่านITทำให้ใกล้ หรือไกลกันแน่...???คำตอบอยู่ที่ตัวเราแล้วค่ะ”