จุดสังเกตว่า “ลูกกำลังเครียด”

Last updated: 20 ก.พ. 2566  | 


ทุกวันนี้ความเครียดไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ใหญ่อีกต่อไปแล้ว เพราะเด็กๆ เขาก็เครียดเป็นเหมือนกัน หากแต่จะแตกต่างกันที่สาเหตุของความเครียดเท่านั้น


  พฤติกรรมของเด็กที่มีภาวะเครียด

·      ดื้อ ต่อต้าน
·      ก้าวร้าว
·      ไม่มีสมาธิ
·      นอนไม่หลับ
·      ฝันร้าย
·      มีปัญหาการกิน
·      พัฒนาการถดถอย
·      ติดแม่
·      ติดเพื่อน
·      กัดเล็บ ดึงผมตัวเอง
·      ไม่อยากไปโรงเรียน ผลการเรียนตก
·      เข้ากับเพื่อนไม่ได้
·      เถียงพ่อแม่

จากการวิจัยพบว่า ร้อยละ 5-10 ของกลุ่มโรควิตกกังวลและซึมเศร้าที่เกิดจากความเครียด ที่พบในเด็ก ส่วนมากจะพบว่าเป็นความเครียดที่เข้าสู่ระดับกลางถึงรุนแรง แต่ถ้าเป็นความเครียดธรรมดาทั่วไป พบได้มากถึง ร้อยละ 20-30


  ระดับความเครียดของเด็ก
สามารถแบ่งอาการออกได้ 3 ระดับ
  ระดับที่ 1 เด็กอาจเครียด วิตกกังวล ไม่มีสมาธิ แต่ไม่กระทบกับผลการเรียน และไม่กระทบกับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและคนรอบข้าง
  ระดับที่ 2 เริ่มรุนแรงขึ้นอีก ส่งผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน และความสัมพันธ์ของคนรอบข้าง
  ระดับที่ 3 ถือเป็นระดับที่รุนแรงและมีผลกระทบอย่างมาก ทำให้เด็กไม่มีสมาธิ ผลการเรียนตก ซึมเศร้า เหม่อลอย อยากตาย ร่างกายไม่มีพละกำลัง

 

  สาเหตุความเครียดของเด็ก

1. ครอบครัว บางครั้งที่เด็กเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน หรือถูกตำหนิบ่อยๆ ทำให้เด็กเข้าใจว่าพ่อแม่ไม่รัก ไม่ให้ความสำคัญ นานไปเด็กก็ซึมซับ เกิดความวิตกกังวลจนไม่สามารถตัดความคิดนี้ออกไปได้

2. การเลี้ยงดูและความคาดหวัง ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เด็กบางคนที่พ่อแม่จริงจังเรื่องเรียนหรือสอบแข่งขันมาก ต้องแบกรับความคาดหวังของทั้งพ่อแม่และครูก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้เด็กเกิดความกดดัน พ่อแม่ที่เครียดก็ส่งผลให้เด็กเครียดด้วย

3. โรงเรียน ก็มีส่วนทำให้เด็กเครียดได้เช่นกัน ครูดุ เข้มงวดเกินไป ลงโทษรุนแรง การบ้านเยอะ เด็กบางคนถูกเพื่อนแกล้ง ล้อเลียน ไม่คบด้วย ก็เกิดความวิตกกังวลว่าเพื่อนไม่รัก

4. การปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง เช่น เปิดเทอม ย้ายโรงเรียน ย้ายบ้าน พ่อแม่เลิกรากัน สูญเสียคนหรือสัตว์เลี้ยงที่รัก ภัยอันตรายต่างๆ ทำให้เด็กบางคนที่มีพื้นอารมณ์วิตกกังวลง่าย ไวต่อการกระตุ้น อ่อนไหว ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเครียดได้ง่ายกว่าเด็กคนอื่น รวมไปถึงพฤติกรรมติดเกม ติดอินเทอร์เน็ต ในเด็กบางคน ก็เพราะอยากหนีออกจากความเครียดในใจ


  จะทำอย่างไรเมื่อลูกเครียด

   ไม่กดดันเรื่องการเรียน

  เน้นพูดคุย ไม่ดุ ไม่ตำหนิ ไม่ตี 

  เข้าใจและมีเวลาให้


สุดท้าย พ่อแม่ไม่ต้องกังวลมากเกินไปนะคะ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ เพียงแค่หมั่นสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ของลูกอยู่เสมอ และพ่อแม่สามารถช่วยเหลือลูกได้ โดยการเข้าไปพูดคุยหรือรับฟังความคิดเห็นรวมถึงพยายามแสดงความเป็นห่วงและเข้าใจลูก แล้วพวกเขาก็จะรับรู้ว่าพ่อแม่เข้าใจเขามากขึ้น


::: อ้างอิงข้อมูลจาก โรงพยาบาลมนารมย์

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้