ลูกน้อย “อาเจียน”...อันตรายมั้ยนะ!

Last updated: 2020-03-24  | 

นึกถึงเวลาที่เราอาเจียน หรือที่เราเรียกว่าภาษาบ้านๆว่าอ๊วกแตก อ๊วกจนตัวโก่งโค้ง ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่ยังทรมานน่าดู ...เมื่อเห็นลูกอาเจียน น้ำหูน้ำตาไหลทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งลูกเลยทีเดียว สงสารลูกจับใจ ที่เป็นแบบนี้เพราะหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมลูกจึงอาเจียนได้ ลูกน้อย “อาเจียน”...อันตรายมั้ยนะ! 

ทุกคนคงจะเคยผ่านอาการคลื่นไส้อาเจียนมาบ้างไม่มากก็น้อย และคงตระหนักแก่ตัวเองแล้วว่า การอาเจียนก็มีประโยชน์เช่นกัน กล่าวคือ เมื่อได้คายของเก่าออกไปเสียบ้าง ทำให้รู้สึกโล่งสบายท้อง สบายกายสบายใจขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในแง่ที่เตือนให้เรารู้ว่า ตอนนี้ร่างกายของเรามีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เรารู้ตัว และสามารถป้องกัน และรักษาตนเองเสียก่อนที่จะเกิดการลุกลามของโรคนั้น ๆ ขึ้น 

อาเจียน เป็นอาการอย่างหนึ่งที่พบร่วมในโรคต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น โรคของทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ลำไส้อุดตัน โรคของระบบประสาท เช่น เยื้อหุ้มสมองอักเสบ เนื้องอกในสมอง ภาวะน้ำคั่งในสมอง โรคของระบบเมตาบอลิซึ่มบางอย่าง หรืออาจเกิดจากรับประทานยาบางอย่างก็ได้ อาจเกิดได้โดยไม่มีโรคทางกายใด ๆ กรณีเช่นนี้ก็พบได้บ่อย โดยเฉพาะในทารก หรือเด็กเล็กที่ดื่มนมมากไป แล้วไม่ได้อุ้มเด็กพาดบ่าให้เรอมากพอ หรือคุณแม่อาจจะให้นมไม่ถูกวิธี เช่นให้นอนดูดนม แทนที่จะอุ้มให้ดูดนม

ลูกน้อย “อาเจียน” เกิดจากอะไร อันตรายมั้นนะ!  

เกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งบางอย่างอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งในรายที่มีอาการอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรงควรนำลูกมาพบแพทย์เสมอ เนื่องจากการอาเจียนนั้นอาจเป็นเพียงอาการนำของโรคอื่น ๆ ที่อาจไม่ใช่จากโรคของระบบทางเดินอาหารก็ได้ ตัวอย่างเช่น อาการที่เด็กซึมลง ปวดหัว และมีอาเจียน อาจเกิดจากการที่มีความดันสูงในสมอง ถ้าเด็กมีอาการคอแข็ง และไข้สูงด้วย ให้นึกถึงการติดเชื้อของสมอง ไข้สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรืออาจเกิดจากการมีก้อนเนื้องอกในสมอง หรือเลือดออกในสมองจากอุบัติเหตุ หรือเส้นโลหิตแตกในสมอง ฯลฯ เด็กที่มีอาการปวดท้องร่วมกับการอาเจียนค่อนข้างมาก จนบางครั้งเห็นสิ่งที่อาเจียนออกมาเป็นน้ำสีเหลืองๆ ซึ่งเป็นสีเหลืองของน้ำดีที่ออกมาจากถุงน้ำดี แสดงว่าอาการค่อนข้างรุนแรง อาจต้องนึกถึงเรื่องไส้ติ่งอักเสบ ภาวะลำไส้กลืนกัน หรือภาวะทางศัลยกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการการผ่าตัด หรือแม้แต่เด็กเป็นเบาหวาน ในระยะที่มีน้ำตาลในเลือดสูงมากจนเกิดภาวะเลือดเป็นกรดร่วมด้วย ก็จะมีอาการอาเจียนที่รุนแรงร่วมด้วยได้ ในบางรายพบว่าแม้แต่การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะก็ทำให้เด็กมีการอาเจียนค่อนข้างมากได้เช่นกัน 


เมื่อลูกน้อยมีอาการ “อาเจียน” พ่อแม่ควรทำอย่างไร?
เมื่อลูกอาเจียน คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตุลักษณะอาเจียนที่ออกมา ว่าเป็นเศษอาหาร เสมหะ สีอะไร อาเจียนแบบพุ่ง หรือไม่พุ่ง เนื่องจากลักษณะอาเจียนต่าง ๆ จะช่วยในการวินิจฉัยโรคได้ ฉะนั้นเมื่อลูกอาเจียน โดยเฉพาะถ้ามีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ควรพาลูกไปปรึกษาแพทย์ไม่ควรซื้อยาให้รับประทานเองเด็ดขาด เพราะยาแก้อาเจียน ถ้ารับประทานเกินขนาด อาจเกิดอันตรายได้ นอกจากนี้โรคบางอย่าง ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันการหรือถูกวิธี ก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ จึงควรพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุ และให้การรักษาต่อไป

พ่อแม่ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าอาเจียนเป็นอาการแต่ไม่ใช่โรค ดังนั้นการรักษามิใช่เพียงให้ยาแก้อาเจียน แต่ต้องวินิจฉัยค้นหาสาเหตุ เพราะสาเหตุบางอย่างจะมีอันตรายถึงชีวิต เช่น อาเจียนจากโรคลำไส้อุดตัน หรืออาเจียนจากภาวะความดันในสมองสูง เป็นต้น

...นี่แม่นะ! ไม่อยากนึกถึงเวลาที่ตัวเองอาเจียนเลย ยิ่งอาเจียนเป็นน้ำขมๆออกมายิ่งทรมานจับใจ...โชคดีที่อาการเหล่านี้ไม่เกิดบ่อยนักกับไอ้ลูกชาย แต่ก็นึกสงสารลูกหลานที่มีอาการอาเจียนทุกครั้งเลย...ได้แต่ภาวนาว่าอย่าเป็นอะไรเลยนะขอให้ปลอดภัยนะลูกนะ