เลิก "ขู่ลูก" เถอะนะ... ขอร้อง!

Last updated: 2019-07-05  | 



มาดูกันว่ามีพ่อแม่คนไหนบ้างที่ไม่เคย “ขู่” ลูก ไม่ว่าจะคุณจะยอมรับหรือไม่ยอมรับว่าในวัยที่ลูกเป็นเด็กคุณเคยขู่ลูกว่าอย่างไรบ้าง นี่แม่นะ เคยขู่มาแล้วสารพัด สาเหตุที่เราต้องขู่ลูกเกิดจากตัวเราอยากให้เหตุการณ์ ณ เวลานั้นผ่านพ้นไป...

เมื่อลูกน้อยไม่ให้ความร่วมมือทำไงดีละทีนี้...ขู่สิคะรออะไร!!!
...ถ้าลูกดื้อ เดี๋ยวตำรวจจับเอานะ ณ เวลานั้น ตำรวจกลายเป็นผู้ร้ายในความคิดของลูกทันที
...ถ้าลูกไม่กินข้าว เดี๋ยวหมอดุนะ ณ เวลานั้น หมอกลายเป็นผู้ร้ายในความคิดของลูกทันที
...ถ้าลูกไม่กินยา เดี๋ยวหมอจะฉีดยานะ ณ เวลานั้น หมอกลายเป็นผู้ร้ายในความคิดของลูกทันที
...ถ้าลูกไม่ทำการบ้าน เดี๋ยวครูตีนะ ณ เวลานั้น ครูกลายเป็นผู้ร้ายในความคิดของลูกทันที
...ถ้าลูกไม่นอน เดี๋ยวพ่อกับแม่ไม่รักนะ ณ เวลานั้น พ่อกับแม่กลายเป็นผู้ร้ายในความคิดของลูกทันที
...ถ้าลูกไม่นอน เดี๋ยวผีหลอกนะ ณ เวลานั้น ผีกลายเป็นผู้ร้ายในความคิดของลูกทันที ทั้งๆที่ลูกน้อยอายุไม่กี่ปีเขายังไม่ทราบเลยว่า “ผี” คืออะไร หน้าตาเป็นยังไง...วัยแค่นี้มโนหวาดกลัวผีซะแล้ว!

คำพูดเหล่านี้ก็เช่นกัน
“เดี๋ยวพ่อกับแม่ไม่รักนะ” 
“เดี๋ยวพ่อกับแม่หนีไปอยู่ที่อื่นนะ”
“เดี๋ยวเอาไปไว้บ้านเด็กกำพร้าเสียเลย”
.......อื่นๆอีกมากมาย

...ช่างเป็นคำพูดที่เสียดแทงหัวใจ และฝังลึกในความรู้สึกของลูกน้อยเสียจริง การขู่ลูกที่กล่าวมาข้างต้น พ่อแม่อาจลืมคิดไปว่าการหยุดลูกด้วยวิธีดังกล่าวมีโอกาสเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมามากมาย วิธีการขู่ให้กลัวหรือทำให้ลูกเกิดอารมณ์ด้านลบอื่น ๆ เช่น รู้สึกตกใจ รู้สึกขยะแขยง รู้สึกไม่กล้า เป็นวิธีที่ผู้ใหญ่หลายคนนิยมใช้ เพราะเข้าใจว่าจะสามารถหยุดลูกให้เลิกทำกิจกรรมได้ทันที ในทางกลับกันพ่อแม่ควรสร้างความไว้วางใจกับลูกด้วยการสอนในสิ่งที่ถูกต้อง และใช้เหตุผลจะดีกว่า 

เพราะเหตุใดวันนี้เราควรเลิก “ขู่” ลูกกันล่ะ เพราะอะไรล่ะ!  เพราะสิ่งเหล่านั้นทำให้ลูกอาจเกิดความกังวล และปฏิเสธ หรือหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นหรือสิ่งที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอย่างสุดโต่งและจะติดตัวฝังใจลูกไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ การขู่ลูกเป็นการสกัดความคิดสร้างสรรค์ของลูก อาจจะทำให้ลูกไม่มีความเชื่อมั่น และอาจจะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่กล้าไว้วางใจใครได้ หรือแม้แต่พ่อแม่ก็จะไม่เป็นบุคคลที่จะทำให้เขารู้สึกถึงความปลอดภัยได้ เพราะเขาเชื่อว่าการที่เขาต้องหยุดทำในสิ่งนั้น ๆ เกิดจากความกลัว ถ้าเขาไม่หยุดเขากลัวว่าจะโดนคนนั้นคนนี้ทำร้าย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ การปรับตัวต่อสังคมรอบข้าง ที่สำคัญส่งผลกระทบด้านพัฒนาการต่าง ๆ ของลูกในหลาย ๆ ด้าน 

วันนี้ถึงเวลาแล้วที่พ่อแม่ควรสอนในสิ่งที่ถูกต้องและใช้เหตุผลที่เหมาะสมในการตักเตือนลูก การแสดงความรัก การชื่นชม เมื่อลูกทำในสิ่งที่ชอบสำเร็จ ทำสิ่งที่ดีที่พ่อแม่ประทับใจหรือชอบใจ ...แล้วคุณจะได้เห็นรอยยิ้มของลูกพร้อมประกายตาที่มีความสุขที่สุด  

นี่แม่นะอยากบอกว่า...เลิกขู่ลูกเถอะนะ ขอร้อง! #อย่าทำร้ายลูกเลยค่ะ