เลี้ยงลูกในแบบฉบับของ “พ่อ”

Last updated: Jun 23, 2019  |  ครอบครัว

 

เมื่อพูดถึงบทบาทของคุณพ่อในการเลี้ยงดูลูก คนทั่วไปจะคิดภาพได้ไม่ชัดเจนเท่ากับภาพของคุณแม่ คุณพ่อบางท่านอาจมีความคิดว่า คุณพ่อไม่อ่อนโยน ไม่เอาใจใส่ หรือเล่นกับลูกได้ไม่เก่งเท่าคุณแม่ จึงเกรงว่าจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ไม่ดี หลายครอบครัวจึงยกบทบาทการดูแลลูกให้เป็นหน้าที่ของคุณแม่เป็นส่วนใหญ่ โดยคุณพ่อเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการทำงานและค่าใช้จ่ายในบ้านแทน แต่แท้ที่จริงแล้วคุณพ่อก็มีบทบาทอย่างมากในการเลี้ยงดูลูกนะคะ ไม่ว่าจะต่อทั้งลูกผู้หญิงและลูกผู้ชาย

…แน่นอนว่าโดยธรรมชาติ ผู้ชายย่อมไม่อ่อนโยนหรือละเอียดอ่อนเท่าผู้หญิง การเลี้ยงดูเด็กซึ่งเราเห็นว่าเค้าบอบบาง น่าทะนุถนอมจึงน่าจะเหมาะกับผู้หญิงมากกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความแตกต่างของความเป็นผู้ชายในแบบที่ผู้หญิงไม่มี ก็เป็นสิ่งที่ดีที่จะใช้ในการสอนลูกได้

  การดูแลลูก คุณพ่อสามารถดูแลลูกในแบบฉบับของคุณพ่อได้…
คุณพ่อไม่จำเป็นต้องทำตัวให้อ่อนหวาน หรือละเอียดอ่อนให้เหมือนคุณแม่ แต่สิ่งที่สำคัญอันดับแรกในการดูแลลูกๆ ก็คือ การยึดหลักในการเลี้ยงดูให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งคุณพ่อและคุณแม่ เช่น ในเรื่องการทำตามกฎ กติกา การฝึกความรับผิดชอบ หรือการช่วยเหลือตัวเอง การที่คุณพ่อคุณแม่ยึดหลักในการดูแลลูกๆ เช่นนี้ มีข้อดีคือ จะทำให้การเลี้ยงลูกง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว เพราะลูกจะไม่สับสน สามารถคาดเดาสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ให้หรือไม่ให้ทำได้ ส่งผลให้เด็กสามารถปรับตัวได้ดี มีความมั่นคงทางอารมณ์ รู้จักการทำตามกฎ ตามกติกา มีระเบียบวินัยมากกว่าครอบครัวที่คุณพ่อ คุณแม่ เลี้ยงลูกในทิศทางที่ต่างกัน


การมีเวลาคุณภาพนอกจากจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้กับลูกได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังจะทำให้คุณพ่อ คุณแม่ รู้จักตัวตนของลูกมากขึ้น เข้าใจในความคิดความรู้สึกของลูก ส่งผลให้คุณพ่อ คุณแม่ ดูแลลูกได้ดียิ่งขึ้น และยังเป็นโอกาสที่คุณพ่อ คุณแม่ อาจจะสอดแทรกการสอนหรือแนวความคิดดีๆ ให้กับลูก โดยที่ลูกไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อหรือน่ารำคาญ ในขณะเดียวกันลูกก็จะมีความรู้สึกดีและมอบความไว้วางใจให้กับคุณพ่อ คุณแม่ ซึ่งจะทำให้เค้าเชื่อฟังและเคารพคุณพ่อ คุณแม่ มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญการมีเวลาคุณภาพกับเด็กจะทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เป็นที่รักจากทั้งคุณพ่อ คุณแม่ ก่อให้เกิดความมั่นใจในตัวเอง และพร้อมที่จะไปสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น ๆ ต่อไปในอนาคตได้

นอกจากนี้การมีความผูกพันที่ดีในวัยเด็ก ลูกจะรับรู้และเก็บสิ่งนี้ไว้ในจิตใจ เมื่อเค้าโตขึ้นและต้องตัดสินใจทำอะไร เค้าจะมีแนวโน้มตัดสินใจในแบบที่อยากให้คุณพ่อ คุณแม่ ภูมิใจในตัวเค้า ไม่ทำให้คุณพ่อ คุณแม่ ผิดหวังหรือเสียใจ รวมถึงอยากทำสิ่งดี ๆ กลับคืนสู่คุณพ่อ คุณแม่ด้วย ทราบแบบนี้แล้ว คุณพ่อ คุณแม่ อย่าปล่อยให้เวลาอันมีค่านี้ผ่านไปเด็ดขาด

  คุณพ่ออาจสงสัยการเลี้ยง “ลูกผู้ชาย” กับ “ลูกผู้หญิง” ต่างกันไหม
โดยธรรมชาติการเล่นของเด็กวัยก่อนประถมระหว่างเพศชายและหญิงจะไม่ต่างกันมาก เพราะการเล่นของเด็กวัยนี้ ยังเล่นรวมๆ กันได้ทั้งสองเพศ  สำหรับเด็กโต แนะนำว่า คุณพ่ออาจรับผิดชอบการเล่นในส่วนที่ผู้ชายมักจะทำได้ดีกว่าผู้หญิงก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น การเล่นในส่วนที่ใช้พลัง เช่น  การออกกำลังกาย วิ่งเล่น เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ หรือการเล่นในแบบที่ใช้ความคิดตรรกะ การตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหา ส่วนคุณแม่อาจเล่นในส่วนที่ละเอียดอ่อน เช่น งานศิลปะ ร้องเพลง เล่นสมมติ หรือการฝึกการช่วยเหลือตัวเองและช่วยเหลืองานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ  

...เห็นไหมว่าการเล่นของทั้งคุณพ่อไม่จำเป็นต้องเล่นให้เหมือนคุณแม่ก็ได้ การที่คุณพ่อเล่นในแบบของผู้ชายกลับมีข้อดี คือทำให้ลูกๆ ได้มีประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น รับเอาข้อดีที่มีอยู่จากทั้งในตัวคุณพ่อและคุณแม่มา เพื่อหล่อหลอมให้เป็นตัวตนของเค้าได้อย่างดีที่สุด นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญในการเล่นหรือการสอนลูก ๆ ไม่ว่าจะจากทั้งคุณพ่อและคุณแม่คือการเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ชีวิตให้ลูกได้เห็น เพราะเด็กจะเรียนรู้โดยการซึมซับ ในสิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ ทำให้เห็นได้ดีกว่าการที่คุณพ่อ คุณแม่ พูดหรือสอนด้วยปากเปล่าหลายสิบเท่า

 



  ข้อดีอีกประการของการที่คุณพ่อมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูก

ช่วงเด็กเล็กเป็นวัยที่เด็กกำลังสร้างบุคลิกภาพของเค้าเพื่อเป็นพื้นฐานในการเป็นเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต “ในส่วนของลูกชาย คุณพ่อจะเป็นต้นแบบให้ลูกชายสร้างบุคลิกภาพของความเป็นผู้ชาย ทำให้ลูกชายแสดงออกทางเพศได้อย่างถูกต้อง รู้จักการทำหน้าที่ผู้นำ” มีบทบาทของผู้ชายในครอบครัวและสังคมได้อย่างเหมาะสม มีความเป็นสุภาพบุรุษ ช่วยเหลือผู้อื่นและนำไปสู่การเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีในอนาคตได้ สำหรับลูกสาว คุณพ่อคือผู้ชายคนแรกในชีวิตของลูก การมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับคุณพ่อจะทำให้เค้ารู้สึกดีต่อตนเองและต่อเพศตรงข้าม เห็นตัวอย่างของสุภาพบุรุษที่ดี รู้สึกมั่นใจในการที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเหมาะสมกับเพศตรงข้าม ซึ่งนำไปสู่การมีครอบครัวที่ดีในอนาคตได้ 

  ผลพลอยได้อีกประการหนึ่ง เมื่อคุณพ่อหันมามีบทบาทในการช่วยคุณแม่ดูแลลู

คุณแม่จะมีความเครียดลดลง ส่งผลให้คุณแม่ดูแลครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น ลดความตึงเครียดในครอบครัว ลดการทะเลาะเบาะแว้ง นำไปสู่การคิด ตัดสินใจเรื่องราวต่างๆ ในครอบครัวที่ดีขึ้น และทำให้บรรยากาศในครอบครัวเป็นบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อทุกคนในครอบครัว การที่คุณพ่อมีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูกไม่ได้มีแต่เฉพาะผลดีกับตัวลูกและครอบครัวเท่านั้น มีงานวิจัยที่สนับสนุนว่า เมื่อคุณพ่อมีบทบาทในการช่วยเลี้ยงดูลูกจะมีผลดีต่อตัวคุณพ่อเองด้วย คือจะทำให้คุณพ่อมีสุขภาพที่ดีขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ มีการปรับตัวได้ดี สามารถจัดการความเครียดต่างๆได้ดี ส่งผลให้หน้าที่การงานของคุณพ่อเจริญก้าวหน้าขึ้นด้วย ที่สำคัญทำให้สัมพันธภาพในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นกับคุณแม่หรือกับคุณปู่คุณย่าดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

สุดท้าย ครอบครัวนี้ก็จะเป็นครอบครัวที่มีความสุขและเป็นบ้านที่มีแต่รอยยิ้ม :>