วันที่ลูกขอกินขนม

Last updated: 2019-06-23  | 

 

เด็กวัยก่อนเข้าเรียน

เป็นวัยที่พ่อแม่สามารถจัดการควบคุมการกินขนมของลูกได้ไม่ยากนัก แต่เมื่อถึงวันที่ลูกเริ่มเข้าโรงเรียน พ่อแม่หลายท่านอาจได้แปลกใจกับอะไรหลายอย่าง ลูกรู้จักคำศัพท์เพิ่มขึ้น รู้จักตัวการ์ตูนแปลก ๆ มากมาย และแน่นอน รู้จักขนมลูกอมจนได้ พ่อแม่อาจรู้สึกผิดถ้าจะให้ลูกกินขนม ก็รู้อยู่ว่าขนมไม่มีประโยชน์ ก็รู้อยู่ว่าของหวานทำให้ฟันผุ แต่หลายครั้งที่การห้ามเด็กไม่ให้กินขนมเด็ดขาดก็ทำได้ยากจริง ๆ

การฝึกลูกไม่ให้ติดกินหวาน สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ที่บ้าน

โดยฝึกลูกกินอาหารรสธรรมชาติตั้งแต่เล็ก เช่น นมรสจืด กินอาหารไม่ปรุงรสหรือปรุงรสแต่น้อย กินผลไม้รสไม่หวานจัด นอกจากจะจัดสรรอาหารที่มีประโยชน์ให้ลูกแล้ว ก็ควรให้ลูกรู้จักอาหารที่ไม่มีประโยชน์ด้วย สอนลูกให้รู้จักว่าอาหารประเภทใดที่เสี่ยงฟันผุ กินเสร็จแล้วต้องแปรงฟัน นอกจากคำสอนสิ่งสำคัญที่สุดคือการเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกเรื่องการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่าง ๆ

หากสามารถฝึกลูกไม่ให้กินขนม ลูกอม น้ำหวานต่าง ๆ ได้ นั่นถือเป็นสิ่งที่ดีทั้งต่อสุขภาพช่องปากและสุขภาพโดยรวม แต่หากลูกจะขอกินขนมบ้าง คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไร เพราะเด็กก็คือเด็ก การได้กินขนมหวานตามสมควร ก็ถือเป็นความสุขเล็ก ๆ ของเค้า หมอมีคำแนะนำเพิ่มเติมง่าย ๆ ในการกินขนมของเด็กดังนี้ค่ะ

1. กินอาหารมื้อหลักก่อนแล้วค่อยกินขนม เพราะขณะเคี้ยอาหารจะมีการหลั่งของน้ำลายมากขึ้น น้ำลายจะช่วยชะล้างขนมหวานในช่องปาก นอกจากนี้ลูกจะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ให้อิ่มท้องก่อนกินขนมด้วย

2. กินจุบจิบเสี่ยงฟันผุสูง ควรกินให้หมดเป็นมื้อ อย่ากินไปเรื่อย ๆ ทั้งวัน นอกจากทำให้ฟันผุแล้วก็ทำให้เด็กอิ่มไม่อยากกินข้าวอีกด้วย รวมถึงเครื่องดื่มรสหวาน เช่น น้ำผลไม้ที่เติมน้ำตาล น้ำหวาน นมหวาน นมเปรี้ยว ควรดื่มให้หมดในครั้งเดียว อย่าจิบไปเรื่อย ๆ ไม่ใส่ขวดนมและให้เด็กถือดูดทั้งวัน ควรใส่แก้วให้ดื่มหรือใช้หลอด

3. อย่าซื้อขนมมาตุนไว้ที่บ้าน หรือวางไว้ในที่ที่ลูกมองเห็นได้ เอื้อมหยิบถึง

4. กำหนดกฎของบ้านคือ ถ้าจะกินขนม ลูกต้องขออนุญาตพ่อแม่ก่อนทุกครั้ง

5. พ่อแม่เป็นคนกำหนดช่วงเวลากินขนมและปริมาณกินขนมของลูก หากลูกขอกินคุกกี้จากโหล ให้หยิบใส่ถ้วยให้ลูกกิน ไม่ยื่นโหลคุกกี้ให้ลูกทั้งโหล เพราะเด็กจะกินจนหมด ขนมกินแค่พออร่อย ไม่ใช่กินให้อิ่มนะคะ

6. ขนมหรือของว่างที่เสี่ยงฟันผุต่ำคือของว่างประเภทโปรตีน เช่น ขนมจีบ ปลาเส้น สาหร่าย ถั่วต่าง ๆ นมรสจืด ชีส ป๊อบคอร์น เป็นต้น มีการศึกษาพบว่าชีสลดความเสี่ยงฟันผุและช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย อาจเลือกกินขนมคู่กับชีส เช่น แครกเกอร์กับชีส กล้วยกับชีส เป็นต้น

7. ขนมที่ทำด้วยแป้งและน้ำตาลที่หวานเหนียวติดฟัน หรือต้องอยู่ในช่องปากนาน ๆ เสี่ยงฟันผุสูง เช่น คุกกี้ เค้ก แครกเกอร์ ผลไม้กระป๋อง กาละแม กระยาสารท ลูกอม ลูกกวาด ทอฟฟี่ มาร์ชแมลโล ขนมถุง ซีลเรียลบาร์ ผลไม้อบแห้งเช่นลูกเกด บอกลูกทุกครั้งให้รู้ว่าขนมเหล่านี้ทำให้ฟันผุได้

8. หมอค้นพบผ่านประสบการณ์ส่วนตัวจากลูกชายทั้งสองว่า ขนมหลายอย่างที่เคี้ยวติดฟัน (ตามข้อ 7) จะทำความสะอาดออกจากหลุมร่องฟันได้ยากมาก แม้จะให้บ้วนปากหลายที หรือแม้แต่แปรงฟันตามก็ขจัดออกได้ยาก แต่เมื่อลองให้ลูก ๆ เคี้ยวผลไม้หลังจากกินขนมเหล่านี้ (เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ล ชมพู่) ขนมที่ติดอยู่บนหลุมร่องฟันจะหลุดได้ง่ายเกือบหมด ผลไม้ที่มีกากใยช่วยทำความสะอาดฟันได้ค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ

9. สำคัญมาก แปรงฟันให้ลูกอย่างมีคุณภาพด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์วันละ 2 ครั้งเช้าและก่อนนอน ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันวันละ 1 ครั้งก่อนนอนเป็นประจำ

10. พบหมอฟันเพื่อตรวจฟันเป็นประจำทุก 3-6 เดือนตามความเสี่ยงฟันผุของเด็ก

ให้ลูกกินขนมได้ตามสมควร เพียงแต่ควบคุมปริมาณและความถี่ แปรงฟันให้ดีด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์และพบหมอฟันเป็นประจำ เท่านี้ขนมหวานเหล่านั้นก็ทำให้ฟันลูกเราผุได้ยากแล้วค่ะ