ก้าวแรก.. สู่กล้าเก่ง

Last updated: 2019-06-23  | 

เด็กจะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วในช่วงขวบปีแรก หากช่วงเวลานี้ได้รับการส่งเสริมอย่างถูกต้องครบถ้วน ไม่เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นให้เขามีพัฒนาการที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ และสติปัญญาให้กับลูกน้อยอีกด้วย ความพร้อมรอบด้านนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างบุคลิกกล้าเก่งให้กับเขา

คุณสามารถที่จะสร้างบุคลิกกล้าเก่งให้ลูกน้อยได้นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเพิ่งคลอดออกมาเลยทีเดียว สัมผัสแรกที่แม่โอบกอดลูก เพื่อต้อนรับสู่โลกกว้างใบนี้ จะสร้างความรู้สึกดีๆ ที่เจ้าหนูจะบันทึกไว้เป็นประสบการณ์หน้าแรกของเขา

น้ำนมมื้อแรก ไม่เพียงสร้างความรู้สึกแปลกใหม่จากรสชาติแรกที่ได้ลิ้มลองเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้สมองส่วนควบคุมสัญชาตญาณทำงานสั่งการให้เจ้าหนูออกแรงดูดดื่มน้ำนมที่เต็มไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการทางร่างกาย และสมองของเขาด้วย

ในช่วงแรกของชีวิต เจ้าหนูต้องการความรัก ความอบอุ่น จากคุณในการดูแลความต้องการขั้นพื้นฐานให้กับเขา ช่วงที่คุณป้อนนม อาบน้ำ เช็ดทำความสะอาดอึฉี่ หรือเล่นกับเขา เจ้าหนูจะซึมซับความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นเอาไว้ และค่อยๆ เรียนรู้ที่จะไว้ใจคุณ และวางใจจากการระแวดระวังภัยรอบตัว หันไปใส่ใจกับการเรียนรู้ที่จะพัฒนาทักษะต่างๆ ของร่างกาย

ความรู้ ความเข้าใจในความต้องการขั้นพื้นฐานของลูก รวมทั้งพฤติกรรมที่แสดงออกมา จะทำให้คุณตอบสนองความต้องการของเขาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และเป็นไปในทิศทางที่จะช่วยเสริมพัฒนาการกล้าเก่งให้กับเขาได้ค่ะ

การดูแลให้ลูกน้อยได้รับการตอบสนองความต้องการอย่างสร้างสรรค์ จะเป็นการหย่อนเมล็ดพันธุ์แห่งความกล้าให้กับเขา เจ้าหนูจะรู้ว่าเขาคือบุคคลสำคัญ ที่จะได้รับความรักจากคุณ และเขาสามารถที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างมั่นใจเพราะจะมีคุณคอยดูแลความปลอดภัยให้

เข้าใจพฤติกรรมลูกน้อย
เมื่อลูกเติบโตขึ้น คุณค่าสารอาหารที่เขาได้รับ จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกายค่อยๆ พัฒนาแข็งแรงขึ้น เขาจึงอยากที่จะทดลองใช้ประโยชน์กล้ามเนื้อมือ แขน ขา เพื่อทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองบ้าง และทุกครั้งที่เขา สามารถใช้ทักษะใหม่ๆ ทำอะไรได้สำเร็จ เขาจะรู้สึกภาคภูมิใจ และอยากที่จะทำบ่อยขึ้น ซ้ำๆ เพื่อฝึกฝนให้เกิดความคล่องแคล่วมากขึ้นนั่นเอง

สำหรับเจ้าหนูแล้ว โลกใบนี้กว้างใหญ่ และเต็มไปด้วยเรื่องราวแปลกใหม่มากมาย ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ทุกสิ่งให้เร็วที่สุด เพื่อความเป็นอิสระในการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง แต่เพราะร่างกายที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงทำให้ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก คุณแม่จึงมักเข้าช่วยเหลือแทนโดยไม่รู้เลยว่านั้นเป็นพฤติกรรมที่จะทำให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และต้องพึ่งพาคนอื่นอยู่เสมอ

ในเด็กเล็ก ธรรมชาติกำหนดให้เขาอยากทำอะไรด้วยตัวเองอยู่เสมอ เพื่อโอกาสในการพัฒนาทักษะการใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย  ดังนั้น เมื่อคุณแม่เข้าไปช่วย เขาจะรู้สึกหงุดหงิด และร้องงอแงเพื่อให้คุณแม่ปล่อยเขาให้เป็นอิสระ และได้ทำอะไรด้วยตัวเอง



เทคนิคเสริมความกล้าให้เจ้าหนู
คุณแม่ควรปล่อยให้ลูกได้ทดลองทำอะไรด้วยตัวเองอยู่เสมอ จริงอยู่ว่า บางพฤติกรรมของเขาก็สร้างความหวาดหวั่นให้กับคุณแม่ เกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเขา หรือบางพฤติกรรม ก็สร้างความรำคาญ หรือเพิ่มความยุ่งยากในการดูแลเรื่องงานบ้านบ้าง แต่เพื่อแลกกับพัฒนาการที่ดีของลูกแล้ว คุณจำเป็นต้องยอมค่ะ

การดูแลลูกวัยเบบี๋อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เขาเริ่มคลาน และหัดเดิน ควรปล่อยให้เขาได้ทำอะไรด้วยตัวเอง คอยดูแลอยู่ห่างๆ ถ้าหากเกรงว่าสิ่งนั้นจะเป็นอันตราย ให้อุ้มเขาออกมาจากสิ่งแวดล้อมตรงนั้น เพียงเท่านี้ คุณแม่ก็ได้เสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาความกล้าเก่งให้กับลูกแล้ว

ในบางพฤติกรรมที่ไม่เป็นอันตรายกับเจ้าตัวน้อย แต่อาจสร้างความรำคาญให้กับคุณบ้าง เช่น การปีนขึ้นลงเก้าอี้ซ้ำๆ อยู่เป็นเวลานาน, ยืนขย่มตัวอยู่บนตักของคุณแม่, ทิ้งขวดนมให้คุณแม่เก็บครั้งแล้วครั้งเล่า หรือแม้แต่การแย่งช้อนจากคุณแม่มาตีโต๊ะเล่น เหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากพัฒนาการของลูก ที่ต้องการเรียนรู้บทบาทของคุณ และขอบเขตสิทธิที่เขาได้รับ รวมถึงการพัฒนาทักษะในการใช้มือ แขน ขา นั่นเอง คุณแม่ควรใจเย็นกับเขาเสียหน่อย และคอยดูแลไม่ให้เขาเกิดอันตรายขึ้น ไม่นานพฤติกรรมเหล่านั้นก็ค่อยๆ หายไป เหลือไว้แต่เพียงเจ้าหนูที่มีพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงให้คุณแม่ได้ปลื้มในทุกวันค่ะ