เมื่อ 'เรา' ไม่สามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ได้อีกต่อไป

Last updated: 2019-06-23  | 

จะรักษาใจเราให้เข้มแข็งได้อย่างไร เมื่อเราไม่สามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกันอีกต่อไป
ว่ากันว่าไม่มีอะไรที่จะทำให้คนเราต้องเกิดความเครียดเป็นอย่างมากเท่ากับการที่คนที่เรารักต้องจากไป ไม่ว่าจะเป็นการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ หรือการจากกันไป เพราะไม่สามารถที่จะไปด้วยกันได้ แต่ในทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ และในทุกวิกฤตการณก็ย่อมจะมีโอกาสใหม่ๆ เข้ามาเสมอเช่นกัน  นี่เป็นแก่นแท้ และเป็นความจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของคนเรามาในทุกยุคทุกสมัย

เพียงแต่ว่าเราจะผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปได้อย่างเรียบร้อยหรือจะผ่านไปอย่างที่ต้องมีความหลังที่อยากลืมประทับอยู่ในความทรงจำ คำตอบนี้อยู่ที่ตัวของเราเอง เพราะจะสุขหรือทุกข์ก็อยู่ที่เราตัดสินใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนจะต้องมีในภาวะที่มีบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะร้ายแรงเกิดขึ้นกับชีวิตก็คือ “สติ”

เมื่อมี “สติ” ก็จะเกิด “ปัญญา” ที่จะช่วยนำพาชีวิตของเราไปในทางที่ถูกที่ควร และสามารถที่จะมีปฎิกริยาต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในทางสร้างสรรค์ ในทางตรงกันข้ามเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ แล้วเรา “ไร้สติ” ก็จะเกิด “ปัญหา” ตามมาอย่างแน่แท้

กรณีที่จะต้องแยกทางจากคนรักนั้นเมื่อจะเกิดขึ้น เราคงจะต้องรู้แน่นอนว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแยกจากกัน......ก็ต้องตั้งสติที่จะแยกจากกันด้วยดีพยายามที่จะจัดการไม่ให้เกิดปัญหาในทุกด้าน หรือถ้าจะเกิดปัญหาบ้างก็จะต้องจัดการให้ปัญหามีผลกระทบต่อเราทั้งสองน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

สิ่งที่สำคัญในการมีสติในเรื่องนี้ก็คือ “ห้ามมองกันในทางไม่ดี ห้ามคิดคืองแค้น อาฆาตมาดร้าย” เหมือนที่คนทั่วๆ ไปทำกันแบบไร้สติ แต่ถ้าเรามีสติอยู่กับตัวแล้วเราก้จะรู้ว่าเราไม่ได้เสียอะไรไป เพราะคนเรานั้นการจะมาพบกันรักกันได้นั้นถือว่ามีวาสนาร่วมกัน แต่เมื่อใช้ชีวิตร่วมกันแล้ววาสนาย่อมมีวันหมดไป ถ้าไม่ได้สร้างเสริมขึ้นมาใหม่ในระหว่างที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เมื่อวาสนาหมดไปก็ย่อมที่จะต้องแยกจากกันไปเป็นธรรมดา



การพบกัน รักกัน อยู่ร่วมกัน พลัดพรากจากกัน.....จึงเป็นธรรมดาของชีวิต

เพราะฉะนั้นถ้าจะถามว่าในกรณีที่กล่าวถึงนี้ควรจะต้องทำอะไร......ก็คงจะต้องมองให้ตกผลึกทางความคิดว่าเรื่องนี้เป้นเรื่อง “ธรรมดา” ที่เกิดขึ้นได้ และชีวิตของเราคงไม่ได้หยุดอยุ่ที่เรื่องธรรมดาแบบนี้ ชีวิตของเรามีมากกว่านั้น เราต้องเรียนรู้ที่จะรักตัวของเรา ทำสิ่งที่ดีๆ ให้ตัวของเรา เรายังต้องมีบุพการีที่รอเราดูแลอยู่ และถ้าเรามีบุตรเราก็ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตน้อยๆ ที่รอการดูแลของเราเพื่อที่จะได้เจริญเติบใหญ่ไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต

พูดง่ายๆ ก็คือถ้าคุณสามารถมองเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่อง “ธรรรมดา” แล้วก็คงจะเข้าใจว่าในความ “ธรรมดา” นั้นเป็น “ธรรมชาติ” ที่เกิดขึ้น และหมุนเวียนเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืนในโลกใบนี้ มีเกิดก็ต้องมีดับ มีรักก้ต้องหมดรัก มีอการอยู่ร่วมกันก็ต้องมีการพลัดพรากจากกัน และอาจจะมีการอยู่ร่วมกันใหม่หรือมีคู่ใหม่ก็ไม่มีใครรู้ในอนาคตที่จะเกิดขึ้น

เพียงแต่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด....ก็พอแล้ว