สัปดาห์ที่ 8

Last updated: 2019-06-23  | 

มีอะไรเกิดขึ้นกับคุณบ้าง
คุณจะรู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียอยู่เสมอ  เพราะร่างกายของคุณกำลังทำงานหนักเพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์  อัตราการเต้นของหัวใจเร็วถี่ขึ้น อัตราการเกิดกระบวนการเผาพลาญอาหารไปเป็นพลังงานเพิ่มสูงขึ้นถึง 25% ดังนั้นคุณจึงควรพักผ่อนให้มากๆ อาการเหล่านี้จะหายไปได้เองภายหลังสัปดาห์ที่ 12


สรีระที่เปลี่ยนไป
แม้ว่าน้ำหนักของคุณยังขึ้นไม่มากนัก แต่ร่างกายโดยรวมแล้วขยายขึ้นทุกส่วน อย่างน้อยที่สุด ก็เต้านมล่ะ ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น คุณอาจสังเกตไม่ได้ว่ามันเพิ่มขึ้น แต่คุณสังเกตได้จากสีหน้าที่อิ่มเอิบ ผิวพรรณที่ผุดผ่อง ในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ ปริมาณเลือดของคุณจะเพิ่มขึ้นถึง 45-50 เท่า ทั้งนี้ ก็เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์นั่นเอง


อุปสรรค์ที่ต้องฟันฝ่า
อาการปวดถ่วงที่ท้อง และมีคราบเลือดกระปริบกระปรอยเปรอะชุดชั้นในควรหมดไปได้แล้ว เพราะการฝังตัวของตัวอ่อนควรเสร็จสิ้นอย่างช้าสุดในช่วงสัปดาห์นี้  แต่หากอาการดังกล่าวยังคงรุนแรงอยู่ และรู้สึกถึงการหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกเป็นเวลาติดต่อกันหลายชั่วโมง บางทีนี่อาจเป็นอาการบ่งชี้ของอาการแท้งก็ได้ คุณควรรีบไปพบคุณหมอโดยด่วน


การเตรียมพร้อม
เช็กอาการเสี่ยง  แม้ว่าผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ จะสามารถผ่านพ้นการตั้งครรภ์ไปได้ด้วยดี แต่ในบางครั้ง การไปพบแพทย์ตามนัดอยู่เสมอจะช่วยกลั่นกรองอาการที่อาจเป็นปัญหาร้ายแรงให้ทุเลาลงได้  อาการเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ เช่น โรคครรภ์เป็นพิษ เลือดออกทางช่องคลอด ท้องนอกมดลูก คลอดก่อนกำหนด อาการเหล่านี้ โดยส่วนใหญ่จะแสดงอาการออกมาในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ แต่คุณสามารถป้องกันได้ ด้วยการดูแลสุขภาพครรภ์ให้ดีเสียแต่เนิ่นๆ


แอบดูพัฒนาการเจ้าตัวเล็ก
ถึงแม้จะมีรูปร่างคล้ายทารกตัวจิ๋วมากขึ้นทุกวัน แต่เจ้าตัวน้อยก็ยังมีลักษณะเป็นวุ้นอยู่ดี  นั่นเพราะเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายยังเติบโตไม่เต็มที่ จึงมีลักษณะโปร่งใส ตอนนี้เจ้าหนูวุ้นของเรามีน้ำหนักประมาณ 2 กรัมแล้วค่ะ


จากจุดฟุลสต๊อป… เป็นแตงโมผลใหญ่ 
ถ้าคุณมีโอกาสได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในท้องของคุณ และสังเกตให้ดีคุณจะเห็นว่าชีวิตเล็กๆ ที่กำลังก่อกำเนิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในท้องของคุณ มีหางเล็กๆ ยื่นออกมาตรงส่วนปลายด้วย เจ้าส่วนนี้ตามเทคนิคทางการแพทย์ ใช้เป็นสัญลักษณ์ในการกำหนดว่าชีวิตเล็กๆ นั้นยังมีสภาวะเป็นตัวอ่อนอยู่ ตอนนี้เขามีขนาดเทียบเท่ากับผลสตรอเบอรี่ หัวใจและสมองมีโครงสร้างที่ซับซ้อนมากขึ้น จุดสีดำเล็กๆ เริ่มมีเนื้อเยื่อของเปลือกตาก่อตัวปิดทับขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ปุ่มเล็กที่อยู่ตรงกลางเริ่มปรากฏชัดเป็นรูปจมูกเล็กๆ  ที่แขนปรากฏส่วนโค้งงอของข้อศอกให้เห็นแล้ว


จุดสร้างอวัยวะ 32 ชิ้นของลูก
ในสัปดาห์นี้ อวัยวะหลักๆ ของหนูน้อยมีครบเกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบต่างๆ ในร่างกาย, ร่องรอยของดวงตา ไตทั้งสองข้าง, ปอด และเค้าโครงใบหน้า ซึ่งในตอนแรกจะเห็นออกเป็นสองซีก ก่อนจะค่อยๆ กลมกลืนกันเป็นรูปร่างของใบหน้ามนุษย์ หนูน้อยเติบโตอย่างรวดเร็ว ตอนนี้มีขนาดประมาณ 25 มิลลิเมตร กลายเป็นมนุษย์จิ๋วแล้วล่ะ

 
ตรวจ.. เมื่อตั้งครรภ์
หากคุณยังไม่เคยไปฝากครรภ์ คุณควรรีบไปในสัปดาห์นี้ (อย่างช้า 2 สัปดาห์นับจากที่รู้ว่ารอบเดือนขาดไป) เพราะตลอด 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ จะเป็นช่วงที่ตัวอ่อนมีการสร้างอวัยวะที่สำคัญหลายอย่าง หากมีเหตุอะไรที่ไปขัดขวางพัฒนาการของอวัยวะสำคัญเหล่านี้ ก็จะส่งผลให้ทารกพิการหลังคลอดได้ การไปฝากครรภ์หากเร็วได้เท่าไร ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งของแม่และลูกในครรภ์มากเท่านั้น เพราะหากคุณหมอเกิดตรวจพบสิ่งผิดปกติใดขึ้น ก็จะสามารถให้การรักษาได้ทัน หรืออย่างน้อยก็ช่วยลดความรุนแรงลงได้


กินอย่างไรให้แม่ลูกแข็งแรง
เซลล์เม็ดสีพัฒนาระบบนัยน์ตาที่ซับซ้อนภายในสมอง คุณจึงยังต้องหมั่นกินอาหารที่อุดมด้วยโอเมก้าทรี ขณะเดียวกันวิตามินบี 2 ก็มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของทารกน้อยในครรภ์ คุณจึงต้องได้รับสารอาหารชนิดนี้ตลอดช่วงของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วง 12 สัปดาห์แรก โดยคุณจะได้วิตามินบี 2 จาก นม ไข่แดง ไข่ปลา เนยแข็ง ผักใบเขียว เป็นต้น


อาหาร.. แหล่งวัตถุดิบเพื่องานสร้างที่สมบูรณ์
อาหารที่คุณกินเข้าไป จะถูกส่งผ่านในรูปของสารอาหารซึมผ่านจากเส้นเลือดของคุณไปยังรก และต่อไปยังลูกน้อยของคุณ ในช่วงนี้สัดส่วนของอาหารที่คุณกินในแต่ละวันควรเป็นดังนี้ โปรตีน 2-3 ส่วน ผักและผลไม้ 5 ส่วน นม 3 ส่วน และอาหารจำพวกแป้งอีก 6 ส่วน อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพิ่มเติม คือ อาการจำพวกหมักดอง ซึ่งรวมถึงชีสด้วย

 
สื่อกับลูกน้อยในครรภ์
รกเริ่มก่อตัวขึ้น เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับลูกน้อยของคุณ และยังเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างคุณกับเขาในตอนนี้อีกด้วย โดยรกจะดูดซับเอาสารอาหารรวมถึงออกซิเจนจากเส้นเลือดของคุณ จากนั้นก็จะส่งทอดไปยังลูกน้อยของคุณโดยผ่านทางสายสะดือ ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างรกกับลูกน้อยของคุณเอาไว้ หลังจากนี้ไป ไม่ว่าคุณกินอาหารอะไรเข้าไป ลูกน้อยของคุณก็จะได้รับสารอาหารอย่างที่คุณกินเข้าไป เพราะฉะนั้นกินแต่อาหารที่มีประโยชน์ล่ะ