สัปดาห์ที่ 13

Last updated: 2019-06-23  | 

มีอะไรเกิดขึ้นกับคุณบ้าง
ระบบการย่อยอาหารของคุณช้าลง  คุณอาจเกิดอาการท้องผูกขึ้นได้ เนื่องจากระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อในลำไส้มีการทำงานที่ช้าลง ทำให้อุจจาระแข็ง และแห้ง มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นทำให้เกิดแรงกดไปที่กระเพาะอุจจาระทำให้การทำหน้าที่ต่างๆ ภายในร่วนไปหมด คุณควรดื่มน้ำมากๆ (ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน) กินผักผลไม้ดิบ หรือผลไม้แห้ง และหาเวลาออกไปเดินออกกำลังกายบ้าง
 

อุปสรรค์ที่ต้องฟันฝ่า
เมื่อผ่านพ้นช่วงสัปดาห์นี้ไป ความเสี่ยงต่อการแท้งก็จะทุเลาลงไปด้วย เนื่องจากในช่วงนี้ ร่างกายของทารกเริ่มสร้างอวัยวะต่างๆ ครบถ้วนแล้ว แต่ในช่วงสามเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์คุณคงต้องระวังเกี่ยวกับโอกาสที่จะเกิดการแท้งขึ้นได้อีกครั้ง


การเตรียมพร้อม
ระดับฮอร์โมนเริ่มคงที่  ทำให้ร่างกายของคุณเริ่มปรับตัวได้ดี อาการแพ้ท้องค่อยๆ หายไป คุณจะเริ่มรู้สึกสบายตัวมากขึ้น แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจไป เพราะปลายระยะที่สองของการตั้งครรภ์ ความรู้สึกอึดอัดต่างๆ จะเริ่มกลับมาใหม่ เพราะขนาดของลูกน้อยในท้องของคุณเริ่มเติบโตขึ้น ดังนั้นคุณจึงควรเตรียมบริหารร่างกายให้มีความยืดหยุ่นแข็งแรง พร้อมกับบริโภคแต่อาหารที่มีประโยชน์


แอบดูพัฒนาการเจ้าตัวเล็ก
คุณรู้หรือไม่ว่า เจ้าตัวน้อยเริ่มที่จะได้ยินเสียงต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเขาได้แล้ว โดยผ่านทางผิว เนื่องจากผิวหนังของเขาจะไวสัมผัสต่อแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นบริเวณรอบๆ ตัวเขา จึงทำให้ได้รับรู้เสียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในท้องของคุณได้


จากจุดฟุลสต๊อป… เป็นแตงโมผลใหญ่ 
เป็นช่วงเวลาของการปรับโครงสร้างบนใบหน้า ให้ดูมีเค้าของมนุษย์มากยิ่งขึ้น ตาทั้งสองข้างเริ่มเคลื่อนชิดเข้ามาในตำแหน่งปกติ เฉกเช่นเดียวกับหู ที่เลื่อนจากบริเวณศีรษะส่วนบนลงมาใกล้ตำแหน่งที่ควรจะเป็น ลำไส้ใหญ่ที่ขยายตัวภายในสายสะดือ เริ่มเคลื่อนลงมาสู่ช่องท้องแล้ว เจ้าหนูตอนนี้มีขนาดเท่ากับผลกีวีแล้วล่ะ


จุดสร้างอวัยวะ 32 ชิ้นของลูก
ถึงแม้เจ้าหนูจะมีอวัยวะทั้งภายใน และภายนอกครบหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะทำหน้าที่ของตัวเองได้ ด้วยเหตุนี้ รกจึงยังคงทำหน้าที่แทนปอด ตับ และไต ให้กับเจ้าหนูน้อยอยู่ในสัปดาห์นี้ คอของเขายืดยาวขึ้น และยกสูงจนดูรูปร่างคล้ายมนุษย์มากยิ่งขึ้น ผลงานวิจัยทางการแพทย์บางชิ้น ชี้ว่าเจ้าหนูสามารถได้ยินเสียงจากผิวหนังที่สามารถรับความรู้สึกจากแรงสั่นสะเทือนที่ผ่านมาในน้ำคร่ำที่อยู่รอบๆ ตัว

 
ตรวจ.. เมื่อตั้งครรภ์
ตอนนี้ความกว้างของมดลูกขยายออกไปกว่า 4 นิ้วแล้ว และเคลื่อนตัวจากบริเวณอุ้งเชิงกรานมาที่บริเวณท้อง มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้น จะไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้คุณต้องเข้าห้องน้ำบ่อย แต่อาการนี้จะหายไปได้เองเมื่อเข้าสู่การตั้งครรภ์ระยะที่สอง ในการไปตรวจครรภ์ทุกครั้ง คุณหมอจะตรวจปัสสาวะให้กับคุณด้วย เพื่อตรวจเช็กระดับโปรตีน และน้ำตาลในปัสสาวะ หรือสารเคมีที่เรียกว่า “คีโทน” ทั้งสามชนิดสามารถบ่งบอกอาการของโรคครรภ์เป็นพิษ โรคเบาหวาน และโรคที่เกี่ยวกับไต


กินอย่างไรให้แม่ลูกแข็งแรง
รกเริ่มทำหน้าที่ผลิตโปรเจสเตอโรน และเอสโทล เพื่อช่วยรักษาครรภ์ และควบคุมการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นในร่างกายของคุณ แต่ระดับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นนี้ อาจทำให้คุณมีอาการเหงือกอักเสบ และมีเลือดออกได้ อาหารที่มีวิตามินซีสูง จะช่วยรักษาโรคเหงือกบวม และโรคเลือดออกตามไรฟันได้ และยังมีส่วนช่วยเสริมให้กระดูก และฟันของทารกในครรภ์แข็งแรงอีกด้วย วิตามินซีมีในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทั้งหลาย มีมากในฝรั่ง สตรอเบอรี่ บรอคเคอรี่


อาหาร.. แหล่งวัตถุดิบเพื่องานสร้างที่สมบูรณ์
อวัยวะภายในส่วนใหญ่มีพัฒนาการจนสมบูรณ์ในสัปดาห์นี้ หากคุณยังมีปัญหาเรื่องการแพ้ท้อง และกินอาหารไม่ได้เลย คุณอาจลดปริมาณอาหารลง โดยแบ่งกินทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เพราะถึงอย่างไร คุณ และลูกน้อยยังคงต้องการสารอาหารตามปกติอยู่ ที่สำคัญ ควรกินน้ำมันปลา เพื่อเสริมพัฒนาการของสมอง และดวงตาของลูกน้อย หากคุณกินอาหารมังสะวิรัติ ควรกินถั่วเหลืองในปริมาณที่มากกว่าปกติ เพื่อจะได้โปรตีนเพิ่มขึ้น

 
สื่อกับลูกน้อยในครรภ์
ลูกน้อยของคุณเริ่มรับรู้เสียงต่างๆ จากโลกภายนอกแล้วในสัปดาห์นี้ แม้ว่าหูของเขายังก่อตัวขึ้นไม่สมบูรณ์ดีนัก แต่เขารับรู้เสียงต่างๆ จากผิวของเขา ซึ่งจะมีความไวต่อแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น คุณควรถือโอกาสในช่วงที่คุณทาครีมป้องกันหน้าท้องลาย ลูบไล้หน้าท้องของคุณไปมา พร้อมกับชวนเขาพูดคุยโดยอาจเริ่มด้วยการบอกเล่าถึงความรักที่คุณมีต่อเขา หรือพ่อของเขาให้เขาฟังก็ได้ค่ะ